แปลเอกสารรับรอง — เอกสาร ขั้นตอน และข้อควรระวัง
งานแปลที่ใช้กับราชการต้องเลือก 'ระบบรับรองที่ปลายทางยอมรับ' ก่อนเริ่มแปลเสมอ เพราะแต่ละประเทศใช้คนละระบบ (NAATI ของออสเตรเลีย, sworn translator ของยุโรป, certified translation ของสหรัฐฯ, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับศาลไทย)
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสาร)
- สำเนาหน้าพาสปอร์ตของเจ้าของเอกสารทุกคนที่ปรากฏชื่อ เพื่อสะกดชื่อให้ตรงกัน
- หนังสือระบุข้อกำหนดจากหน่วยงานปลายทาง (ถ้ามี) เช่น อีเมลจากมหาวิทยาลัยหรือสถานทูต
- รายการชื่อเฉพาะที่ต้องการให้สะกดแบบใด เช่น ชื่อบริษัท ชื่อวัด ชื่อหมู่บ้าน
- ใบมอบอำนาจ หากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- ไฟล์สแกนสีความละเอียดสูง สำหรับตรวจก่อนส่งต้นฉบับจริง
ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ระบุปลายทางและระบบรับรอง
แจ้งประเทศ หน่วยงาน และวัตถุประสงค์ เพื่อเลือกระบบรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
2. ตรวจต้นฉบับ
ตรวจอายุเอกสาร ตราประทับ และการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ตก่อนเริ่มแปล
3. แปลและตรวจทานสองชั้น
ผู้แปล + ผู้ตรวจทานอิสระ ตรวจตัวเลข วันที่ และชื่อหน่วยงานราชการ
4. ออกคำรับรองคำแปล
แนบ Certificate of Accuracy หรือส่งต่อไปยังระบบรับรองที่ปลายทางกำหนด
5. ส่งต่อขั้นรับรองถัดไป
หากต้องใช้กับหน่วยงานราชการต่างประเทศ ส่งเข้ากรมการกงสุลและขั้นนิติกรณ์ตามเส้นทางของประเทศนั้น
ข้อควรระวัง
- สะกดชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต คือสาเหตุถูกตีกลับอันดับหนึ่ง — ยึดพาสปอร์ตเป็นหลักเสมอ
- แปลเองหรือใช้ร้านที่ไม่อยู่ในระบบที่ปลายทางยอมรับ มักถูกปฏิเสธแม้คำแปลถูกต้อง
- อย่าแกะแม็กซ์หรือเย็บเล่มใหม่หลังรับรองแล้ว เพราะทำให้ตราประทับคร่อมหน้าขาด
- เอกสารบางชนิดมีอายุใช้งานสั้น ควรวางแผนย้อนกลับจากวันนัดยื่นจริง
คำแนะนำจากทีมที่ปรึกษา
- เตรียมคำแปลชื่อหน่วยงานให้ตรงกับที่ปลายทางคุ้นเคย จะลดคำถามกลับ
- ทำสำเนาชุดสำรองไว้อย่างน้อยหนึ่งชุดก่อนส่งเข้าระบบรับรอง
- ถ้าต้องใช้หลายประเทศ ให้แจ้งล่วงหน้าเพื่อวางลำดับรับรองให้ใช้ต้นฉบับชุดเดียวได้
ให้เราดูแลให้ทั้งหมด
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
ให้เราดูแลให้ทั้งหมด