มรดกและพินัยกรรมข้ามประเทศ — เอกสารที่ศาลและธนาคารต้องการ
การจัดการทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตที่มีทรัพย์อยู่สองประเทศ ต้องใช้เอกสารสองชุดคู่ขนาน คือชุดพิสูจน์การเสียชีวิตและความเป็นทายาท กับชุดอำนาจจัดการทรัพย์สิน ทั้งสองชุดต้องผ่านการรับรองในรูปแบบที่ศาลหรือธนาคารปลายทางยอมรับ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบมรณบัตรฉบับคัดรับรองใหม่
- ทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว
- ทะเบียนสมรส สูติบัตรของทายาท หรือเอกสารแสดงความสัมพันธ์
- พินัยกรรม หากมี พร้อมเอกสารการรับรองของประเทศที่ทำพินัยกรรม
- คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก หากปลายทางร้องขอ
- รายการทรัพย์สิน เช่น สมุดบัญชี โฉนด หรือหนังสือรับรองการถือหุ้น
ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. แยกทรัพย์สินตามเขตอำนาจ
ระบุว่าทรัพย์สินใดอยู่ในไทยและใดอยู่ต่างประเทศ เพราะใช้กระบวนการคนละระบบ
2. รวบรวมหลักฐานการเสียชีวิตและความเป็นทายาท
คัดเอกสารฉบับใหม่จากสำนักทะเบียนเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
3. แปลและรับรองตามระบบปลายทาง
ศาลไทยต้องใช้นักแปลที่ขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรม ส่วนต่างประเทศใช้ระบบของประเทศนั้น
4. ดำเนินการตั้งผู้จัดการมรดก
หากต้องยื่นศาลไทย ทนายความจะเตรียมคำร้องพร้อมบัญชีทายาทและบัญชีทรัพย์
5. ติดต่อธนาคารและหน่วยงานทะเบียน
แต่ละแห่งมีแบบฟอร์มและรูปแบบเอกสารรับรองของตนเอง ควรขอรายการเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อควรระวัง
- ธนาคารส่วนใหญ่ไม่ปล่อยบัญชีจนกว่าจะมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
- พินัยกรรมที่ทำในต่างประเทศต้องรับรองจากประเทศต้นทางก่อนจึงจะใช้ในไทยได้
- ชื่อทายาทที่สะกดต่างกันในแต่ละเอกสาร ทำให้ต้องยื่นเอกสารเชื่อมชื่อเพิ่ม
- เอกสารมรดกมักมีหลายฉบับที่ต้องรับรองพร้อมกัน วางแผนเวลาเผื่อคิวหน่วยงาน
คำแนะนำจากทีมที่ปรึกษา
- ทำบัญชีทรัพย์สินหนึ่งหน้าไว้ก่อน จะช่วยให้ทนายและธนาคารประเมินได้เร็ว
- ขอรายการเอกสารจากธนาคารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มแปล
- ทำสำเนารับรองหลายชุด เพราะหลายหน่วยงานเก็บฉบับจริงไว้
ให้เราดูแลให้ทั้งหมด
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
ให้เราดูแลให้ทั้งหมด