ข้ามไปเนื้อหาหลัก / Skip to main content
N
NYC Visa.
Visa & Translation
Apostille / Legalization · ✍️ หนังสือมอบอำนาจ (POA) → 🇦🇪 ยูเออี

✍️ หนังสือมอบอำนาจ (POA) ยูเออี 🇦🇪

รับรอง หนังสือมอบอำนาจ (POA) เพื่อใช้ที่ยูเออี — ขั้นตอนคู่กับสถานทูต

ข้อมูลสำคัญ · Entity Panel
Document
หนังสือมอบอำนาจ (POA)
Destination
🇦🇪 ยูเออี
Track
Two-step Legalization
Lead time
10–14 days
MFA fee
THB 400/doc

ไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (Apostille Convention) เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2570 — ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ที่ยูเออียังต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง และแม้พ้น 28 ก.พ. 2570 ก็ยังต้องผ่านสองขั้นตอน เพราะปลายทางไม่ได้เป็นรัฐภาคี

ผู้ออกเอกสาร: Notarial Services Attorney (เนติบัณฑิตยสภา) · ค่าธรรมเนียม MFA: ฿400/ฉบับ

ขั้นตอนเตรียม: 1) ร่าง POA + ลงนามต่อหน้า Notary · 2) MFA · 3) Apostille หรือสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนหลัง MFA: หลัง MFA ต้อง Legalize ที่สถานทูต UAE Bangkok + MOFA Dubai (Two-step / Pre-Apostille track)

จุดที่พลาดบ่อย: พลาดบ่อย: ไม่ระบุขอบเขตอำนาจชัดเจน — ปลายทางปฏิเสธ ต้องเขียนใหม่

ผู้ออกเอกสาร

Notarial Services Attorney (เนติบัณฑิตยสภา)

การเตรียม

1) ร่าง POA + ลงนามต่อหน้า Notary · 2) MFA · 3) Apostille หรือสถานทูตปลายทาง

หลัง MFA

หลัง MFA ต้อง Legalize ที่สถานทูต UAE Bangkok + MOFA Dubai (Two-step / Pre-Apostille track)

จุดที่พลาด

พลาดบ่อย: ไม่ระบุขอบเขตอำนาจชัดเจน — ปลายทางปฏิเสธ ต้องเขียนใหม่

10–14d
ใช้เวลา
฿400
ค่ารัฐ/ฉบับ
12,400+
เคส/ปี
HowTo · ขั้นตอน

ขั้นตอนรับรอง หนังสือมอบอำนาจ (POA) ไปยูเออี

  1. 1

    Notarial Services Attorney (เนติบัณฑิตยสภา)

  2. 2

    MFA-listed translator or Notarial Attorney

  3. 3

    THB 400/doc · 2 working days express

  4. 4

    หลัง MFA ต้อง Legalize ที่สถานทูต UAE Bangkok + MOFA Dubai (Two-step / Pre-Apostille track)

  5. 5

    Some authorities still ask for sworn translator at destination

FAQ · AEO Block

คำถามที่พบบ่อย · หนังสือมอบอำนาจ (POA) → ยูเออี

AI Answer Box และ Google SGE มักดึงคำตอบจากบล็อกนี้ไปแสดง

รับรอง หนังสือมอบอำนาจ (POA) เพื่อใช้ที่ยูเออี — ต้องทำอย่างไร?

หนังสือมอบอำนาจ (POA) → ยูเออี: MFA + สถานทูตปลายทาง · 10–14 วัน · ฿400/ฉบับ

Apostille vs Legalization?

Apostille = ขั้นเดียวที่ MFA · Legalization = 2 ขั้นรวมสถานทูต

Apostille ไทยมีผลตั้งแต่เมื่อไหร่?

1 April 2025 (deposit 22 Dec 2024)

ใครรับรองแปลได้?

นักแปลทะเบียน MFA หรือ Notarial Attorney

ค่าธรรมเนียมรวมเท่าไหร่?

MFA ฿400/ฉบับ + แปล ฿800–1,500 + สถานทูตปลายทาง ฿1,000–3,000

เร่งด่วนได้ไหม?

MFA Express 1 วันทำการ ค่าธรรมเนียม ฿800/ฉบับ

ใบเก่าหรือสำเนาใช้ได้ไหม?

ทะเบียนไม่เกิน 6 เดือน DBD ไม่เกิน 30 วัน

จุดที่พลาดบ่อย?

พลาดบ่อย: ไม่ระบุขอบเขตอำนาจชัดเจน — ปลายทางปฏิเสธ ต้องเขียนใหม่

ทำไมต้อง NYC Visa & Translation

เคล็ดลับการเลือกผู้ให้บริการ หนังสือมอบอำนาจ (POA) Legalization · ยูเออี ในประเทศไทย

การเลือกผู้ให้บริการ หนังสือมอบอำนาจ (POA) Legalization · ยูเออี ที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จและระยะเวลาของกระบวนการ NYC Visa & Translation ทำงานร่วมกับ MFA Thailand มาตั้งแต่ปี 2010 ผ่านเคสเคสจริงหลากหลายประเภทการ ครอบคลุมเอกสารราชการ เอกสารแปลรับรอง และเอกสารสำหรับใช้ในต่างประเทศ ทุกขั้นตอนผ่านระบบ QA สามชั้น ตรวจชื่อ-สะกด เลขเอกสาร ตราประทับ และลายเซ็นทุกหน้า ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า

ทีมงานของเราเข้าใจขั้นตอนทางการอย่างถ่องแท้ ทั้งการนัดหมาย การยื่นเอกสาร และการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายรอบหรือเสี่ยงต่อการถูกตีกลับ บริการ หนังสือมอบอำนาจ (POA) Legalization · ยูเออี ของเราพร้อมรองรับเคสด่วน Express ที่ใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่งของระยะเวลาปกติ

เรารับ-ส่งเอกสารทั่วประเทศผ่าน Kerry Express, Flash Express และ EMS ลูกค้าในกรุงเทพและปริมณฑลส่งฟรี ลูกค้าต่างจังหวัดสามารถเลือกรับเอกสารที่บ้านได้สะดวก พร้อมระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ผ่าน LINE Official ของเรา

ลูกค้าของเราประกอบด้วยบุคคลทั่วไป นักศึกษา ผู้ที่กำลังย้ายถิ่นฐาน นักธุรกิจ บริษัทข้ามชาติ และสถาบันการศึกษา เรามีประสบการณ์กับทุกประเภทเอกสาร ตั้งแต่ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนสมรส ใบรับรองการเกิด ใบปริญญา ทรานสคริปต์ ใบรับรองการทำงาน หนังสือมอบอำนาจ สัญญาธุรกิจ และเอกสารทางการแพทย์

กระบวนการทำงาน หนังสือมอบอำนาจ (POA) Legalization · ยูเออี ของเราแบ่งเป็น 6 ขั้น คือ 1) รับเอกสารต้นฉบับพร้อมสำเนา 2) ตรวจคุณภาพและระบุข้อผิดพลาดที่อาจถูกตีกลับ 3) แปลโดยนักแปลเจ้าของภาษา 4) รับรองโดยผู้มีอำนาจตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด 5) ยื่นและติดตามผลกับหน่วยงานราชการ 6) ส่งมอบและเก็บสำเนา PDF ให้ลูกค้าดาวน์โหลดได้ตลอด 5 ปี ทุกขั้นมี Case Officer เดียวคอยประสาน ลดปัญหาการส่งต่อระหว่างทีม

เราลงทุนกับระบบ Compliance ต่อเนื่อง ตามแนวปฏิบัติมาตรฐาน ISO/IEC 27001 (Information Security), PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) และการเข้ารหัสเอกสารระดับ AES-256 ทุกไฟล์อัปโหลดผ่าน SSL/TLS 1.3 เท่านั้น ลูกค้าองค์กรและสำนักงานกฎหมายสามารถขอ NDA ก่อนเริ่มงาน ทีมของเราลงนามได้ทันทีในวันเดียว

นอกจากบริการเดี่ยว เรายังจัด Package แบบครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องเตรียมเอกสารหลายฉบับพร้อมกัน เช่น ชุด "ย้ายไปต่างประเทศ" (ทะเบียนบ้าน + ใบเกิด + ใบสมรส + ใบปริญญา + ทรานสคริปต์ พร้อม MFA + สถานทูต) ช่วยลดจำนวนรอบการเดินทางและระยะเวลารวมเมื่อเทียบกับการยื่นแยกทีละใบ ทั้งนี้ผลการอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยงานปลายทาง สอบถามรายละเอียดและค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

สิ่งที่ทำให้เราต่างจากสำนักงานทั่วไปคือความสัมพันธ์โดยตรงกับหน่วยงานปลายทาง — MFA Thailand — ที่สั่งสมมากว่า 15 ปี ทำให้เราคาดเดาการเปลี่ยนแปลงระเบียบ รูปแบบเอกสาร และตารางคิวได้แม่นยำ และแจ้งให้ลูกค้าปรับแผนล่วงหน้าเสมอ ทั้งนี้ผลการพิจารณาและระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการปลายทางเป็นสำคัญ

คำศัพท์ที่ควรรู้
รับรองนิติกรณ์
การรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อโดย Notary Public ที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความ
รับรองกงสุล
การรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศเพื่อใช้เอกสารในต่างประเทศ
Apostille
ระบบรับรองเอกสารระหว่างประเทศตามสนธิสัญญา Hague Convention (ไทยยังไม่เข้าร่วม จึงต้องใช้รับรองกงสุลแทน)
NAATI
หน่วยงานรับรองนักแปลของออสเตรเลีย ใช้สำหรับเอกสารยื่นวีซ่าและสมัครงานในออสเตรเลีย
Police Clearance
ใบรับรองความประพฤติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้สำหรับยื่นวีซ่าและสมัครงานต่างประเทศ
รับรองคำแปล
การรับรองว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับ โดยล่ามรับรองหรือ Notary Public
Case Officer
ผู้ประสานงานเฉพาะเคสของลูกค้า ทำหน้าที่เชื่อมทีมแปล ทีมรับรอง และหน่วยงานราชการ
Chain Legalization
ลำดับการรับรองต่อเนื่อง: หน่วยงานต้นเรื่อง → MFA ไทย → สถานทูตปลายทาง
Sworn Translator
นักแปลที่สาบานตนต่อศาล มีอำนาจรับรองคำแปลได้ในหลายประเทศยุโรป
Certified True Copy
สำเนาถูกต้องรับรองโดยเจ้าของเอกสารหรือ Notary Public เพื่อใช้แทนต้นฉบับ
ตรวจสอบก่อนใช้บริการ
  • เอกสารต้นฉบับชัดเจน ไม่ฉีกขาด ไม่เปื้อน
  • ชื่อ-นามสกุล ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ตราประทับและลายเซ็นครบทุกหน้า
  • ระบุภาษาปลายทางที่ต้องการรับรอง
  • ระบุประเทศและหน่วยงานที่จะใช้เอกสาร
  • เผื่อเวลาดำเนินการอย่างน้อย 5-7 วันทำการ
  • ตรวจวันหมดอายุของเอกสาร (บางประเทศรับเฉพาะไม่เกิน 3-6 เดือน)
  • เตรียมสำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของผู้มอบอำนาจ
  • จัดเรียงเอกสารตามลำดับที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  • เตรียมช่องทางชำระเงินและที่อยู่จัดส่งให้พร้อม

รับรอง หนังสือมอบอำนาจ (POA) เพื่อใช้ที่ยูเออี — ต้องทำอย่างไร?

รับรอง หนังสือมอบอำนาจ (POA) เพื่อใช้ที่ยูเออี — ขั้นตอนคู่กับสถานทูต

Service Knowledge Base

คลังความรู้อะโพสทิลสำหรับเอกสารไทย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอะโพสทิลของเอกสารไทย ช่วงก่อนและหลังวันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (8+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)

ควรยื่นเอกสารตอนนี้หรือรอถึงปี 2570

ถ้ามีกำหนดใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้เดินเส้นทางปัจจุบันทันที ไม่ควรรอ เพราะเอกสารที่รับรองครบตามเส้นทางเดิมยังใช้ได้ตามอายุที่ปลายทางกำหนด แต่ถ้าแผนใช้เอกสารอยู่หลังวันมีผลบังคับใช้และปลายทางเป็นภาคี การรอมักลดขั้นตอนและระยะเวลาลงได้ กรณีกำหนดคาบเกี่ยว แนะนำเตรียมชุดเอกสารต้นทางให้พร้อม เพื่อเลือกเส้นทางได้ทันทีเมื่อปลายทางยืนยันรูปแบบที่รับ

อะโพสทิลรับรองคำแปลด้วยหรือไม่

ไม่ครับ อะโพสทิลรับรองเฉพาะความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และตราประทับบนเอกสารสาธารณะเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาหรือคำแปลถูกต้อง หลายประเทศจึงยังขอคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่หน่วยงานนั้นยอมรับ และบางแห่งกำหนดให้ประทับอะโพสทิลบนเอกสารต้นทางก่อนแปล บางแห่งให้แปลก่อนแล้วรับรองคำแปล ควรถามลำดับที่ปลายทางต้องการก่อนเริ่มงาน เพราะการสลับลำดับคือสาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยที่สุด

ตอนนี้ขออะโพสทิลเอกสารไทยได้แล้วหรือยัง

ยังไม่ได้ครับ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอะโพสทิลแล้ว แต่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางตามเดิม ผู้ที่มีกำหนดใช้เอกสารในช่วงเปลี่ยนผ่านควรถามหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับรูปแบบใด แล้วเตรียมเอกสารตามเส้นทางนั้น

ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง ให้ทีมงานช่วยได้แค่ไหน

ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปีสามารถรับงานได้ตั้งแต่ตรวจว่าปลายทางรับรูปแบบใด คัดเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก จัดแปลและตรวจทานสองชั้นให้ชื่อสะกดตรงหนังสือเดินทาง ยื่นนิติกรณ์ ประสานสถานทูตปลายทาง จนถึงจัดส่งคืน พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะและให้คำแนะนำเชิงที่ปรึกษาว่าควรยื่นตอนนี้หรือรอเส้นทางอะโพสทิล ส่งภาพถ่ายเอกสารให้ตรวจเบื้องต้นได้ก่อนตัดสินใจ

หลังอะโพสทิลมีผลบังคับใช้แล้ว ยังต้องรับรองที่สถานทูตอยู่ไหม

ขึ้นอยู่กับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ถ้าเป็นภาคี ตราอะโพสทิลจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยจะใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตได้ แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี หรือเป็นภาคีที่คัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย ก็ยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์และรับรองสถานทูตเช่นเดิม ควรตรวจสถานะภาคีล่าสุดจาก HCCH และยืนยันกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารประเภทไหนใช้อะโพสทิลไม่ได้

โดยหลักอนุสัญญาใช้กับเอกสารสาธารณะ เช่น ทะเบียนราษฎร คำพิพากษา เอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ และเอกสารที่ผ่านการรับรองโดยเจ้าพนักงาน ส่วนเอกสารทางการทูตหรือกงสุล และเอกสารทางพาณิชย์หรือศุลกากรบางประเภทอยู่นอกขอบเขต เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจที่บุคคลจัดทำเอง ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจก่อน จึงจะเข้าเงื่อนไขเป็นเอกสารที่รับอะโพสทิลได้
หัวข้อที่ครอบคลุมในหน้านี้
เส้นทางปัจจุบัน: นิติกรณ์กรมการกงสุล · รับรองสถานทูต · legalization · แปลรับรอง
อะโพสทิลไทย: apostille ไทย · อนุสัญญากรุงเฮก · 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ยกเลิกรับรองสถานทูต

ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับในเวลาทำการ (จันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00, เสาร์ 9:00–15:00)

เจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองเอกสารราชการไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ (อะโพสทิลไทยมีผล 28 ก.พ. 2570)
เจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองเอกสารราชการไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ (อะโพสทิลไทยมีผล 28 ก.พ. 2570)ภาพจากงานบริการจริงของทีมงาน NYC Visa & Translation
Service Playbook

อะโพสทิลสำหรับเอกสารไทย — เตรียมตัวก่อนวันมีผลบังคับใช้

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางตามเดิม การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้เลือกได้ว่าจะยื่นตอนนี้หรือรอเส้นทางใหม่

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก เช่น สำนักทะเบียนอำเภอหรือมหาวิทยาลัย
  • คำแปลภาษาอังกฤษที่ตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด รวมถึงตราประทับและลายเซ็น
  • สำเนาหน้าพาสปอร์ตของเจ้าของเอกสารเพื่อยึดการสะกดชื่อ
  • หนังสือระบุข้อกำหนดจากหน่วยงานปลายทาง ถ้ามี
  • ใบมอบอำนาจ หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ตรวจว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์ + สถานทูตเสมอ แม้หลังวันมีผลบังคับใช้
  2. 2. คัดเอกสารฉบับใหม่ ขอฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก เพื่อให้ตราประทับและลายเซ็นตรวจสอบย้อนได้
  3. 3. แปลและตรวจทานสองชั้น ตรวจตัวเลข วันที่ ชื่อหน่วยงาน และการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ต
  4. 4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่ใช้อยู่ ปัจจุบันยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง
  5. 5. วางแผนช่วงเปลี่ยนผ่าน หากกำหนดใช้เอกสารอยู่ใกล้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้เตรียมทั้งสองเส้นทางไว้ เพื่อไม่ให้ตารางเดินทางสะดุด

ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ

  • อย่าเข้าใจว่าอะโพสทิลใช้ได้แล้ววันนี้ — ก่อนวันมีผลบังคับใช้ หน่วยงานยังรับเฉพาะเส้นทางนิติกรณ์เดิม
  • อะโพสทิลรับรองแค่ลายเซ็นและตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าคำแปลถูกต้อง ปลายทางจึงอาจขอคำแปลเพิ่ม
  • ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี เช่น บางประเทศตะวันออกกลาง ยังต้องรับรองที่สถานทูตอยู่ดี
  • เอกสารที่ออกก่อนหน้านานมาก อาจถูกขอให้คัดใหม่ก่อนรับรอง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • ถ้าต้องใช้หลายประเทศพร้อมกัน แจ้งล่วงหน้าเพื่อวางลำดับรับรองให้ใช้ต้นฉบับชุดเดียว
  • เก็บสำเนาสีของทุกหน้าที่ประทับตราไว้ก่อนส่งออกนอกประเทศ
  • สอบถามหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่ารับอะโพสทิลหรือรับรองสถานทูต แล้วเก็บอีเมลไว้เป็นหลักฐาน

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Route Comparison

อะโพสทิล vs นิติกรณ์กงสุล — เลือกเส้นทางไหนสำหรับเอกสารไทย

หลายคนได้ยินคำว่า Apostille แล้วเข้าใจว่าใช้แทนการรับรองแบบเดิมได้ทันทีทุกประเทศ ความจริงคือขึ้นกับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ และไทยเริ่มออกอะโพสทิลเมื่อใด

เส้นทางใช้เมื่อไหร่หน่วยงานที่รับรองระยะเวลาโดยประมาณความเสี่ยงถูกตีกลับ
อะโพสทิล (Hague Apostille 1961)ใช้กับประเทศภาคีอนุสัญญาเท่านั้น — สำหรับเอกสารไทย ยังใช้ไม่ได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะ Competent Authorityผันแปรตามประกาศของหน่วยงานเมื่อเริ่มให้บริการเข้าใจผิดว่าใช้ได้ทุกประเทศ และบางปลายทางยังขอคำแปลรับรองเพิ่มแม้มีอะโพสทิลแล้ว
นิติกรณ์กงสุล + รับรองสถานทูตปลายทางปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา หรือยังต้องใช้เส้นทางเดิมในช่วงเปลี่ยนผ่านกรมการกงสุล แล้วต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทางในไทยผันแปร โดยทั่วไปหลักวันถึงหลายสัปดาห์ตามคิวสถานทูตคำแปลไม่ตรงแบบ หรือใช้สำเนาที่ไม่ใช่ฉบับคัดรับรองล่าสุด ทำให้ถูกตีกลับ
รับรองโดยผู้แปลที่ปลายทางกำหนด (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย)หน่วยงานปลายทางระบุมาตรฐานผู้แปลไว้ชัดเจนผู้แปลที่ได้รับการรับรองตามระบบของประเทศนั้นผันแปรตามปริมาณหน้าเอกสารใช้ผู้แปลที่ไม่อยู่ในระบบที่ปลายทางยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผน หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 15 ปีของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน และรับดำเนินการแทนได้ทั้งกระบวนการ

Advisory Service

เราไม่ได้รับทำเอกสารอย่างเดียว — เราเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเคส

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมากว่า 15 ปี งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ

ประเมินเส้นทางเอกสาร

ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ

ตรวจก่อนยื่น

ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน

วางไทม์ไลน์

เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า

แก้เคสที่ถูกตีกลับ

อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Practical Q&A

คำถามเชิงปฏิบัติ · ใกล้ฉัน / ทำเองได้ไหม / ใช้เอกสารอะไร

หา Notary Public ใกล้ฉันได้ที่ไหนในประเทศไทย

ประเทศไทยไม่มีระบบ Notary Public แบบอังกฤษ/สหรัฐฯ ผู้มีอำนาจรับรองคือ “ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร” (Notarial Services Attorney) ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงต้องใช้บริการสำนักงานที่มีทนายผู้ได้รับใบอนุญาตนี้ เรามีจุดให้บริการหลักที่ลาดพร้าว 95 (กรุงเทพฯ) ขอนแก่น และอุดรธานี พร้อมนัดพบตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างในเขตเมือง สอบถามจุดที่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ทำ Notary เองได้ไหม ไม่ต้องผ่านสำนักงาน

ไม่ได้ ผู้ลงนามรับรองต้องเป็นทนายความที่ได้รับอนุญาตทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารจากสภาทนายความเท่านั้น สิ่งที่คุณทำเองได้คือเตรียมเอกสารให้ครบและถูกฉบับ (ต้นฉบับ/สำเนาที่ตรงกับต้นฉบับ) แล้วมาลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย เพราะการรับรองลายมือชื่อต้องลงนามต่อหน้าผู้รับรอง จะลงชื่อมาก่อนไม่ได้

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับงาน Notary

อย่างน้อย: (1) บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ลงนาม (2) เอกสารที่ต้องการรับรองฉบับที่จะใช้จริง (3) หากลงนามแทนนิติบุคคล ต้องมีหนังสือรับรองบริษัทที่ออกไม่เกินกำหนดของผู้รับเอกสารปลายทาง พร้อมตราประทับ (ถ้ามี) (4) ระบุประเทศ/หน่วยงานปลายทางให้ชัด เพราะรูปแบบคำรับรองและขั้นตอนต่อ (เช่น ต้องส่งกรมการกงสุลต่อหรือไม่) ต่างกันตามปลายทาง
คำแนะนำและข้อควรระวัง

รับรองเอกสาร / Apostille: คำแนะนำและข้อควรระวัง

คำแนะนำก่อนใช้บริการ
  • แยกให้ออกระหว่างเอกสารราชการกับเอกสารเอกชน

    เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เข้ากระบวนการรับรองได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ สัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ก่อน

  • ตรวจข้อกำหนดของผู้รับปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร

    มหาวิทยาลัย นายจ้าง หรือหน่วยงานทะเบียนปลายทางมักมีเช็กลิสต์ของตนเอง ขอเอกสารข้อกำหนดนั้นมาก่อนเริ่ม จะช่วยกำหนดจำนวนชุด ภาษา และรูปแบบการรับรองได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

  • เตรียมคำแปลตามรูปแบบที่หน่วยงานรับรองใช้จริง

    กรมการกงสุลรับรองคำแปลตามรูปแบบที่กำหนด การส่งคำแปลที่จัดหน้าเองโดยไม่ตรงรูปแบบมักถูกให้แก้ไข ทำให้เสียรอบคิว ควรให้ผู้ให้บริการจัดรูปแบบให้ตั้งแต่ต้น

  • เผื่อเวลาสำหรับคิวของแต่ละขั้น

    ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับคิวของกรมการกงสุลและของสถานทูตปลายทางในแต่ละช่วง ควรวางแผนล่วงหน้าและอย่าอิงกับกำหนดเดินทางที่กระชั้น ทีมงานแจ้งช่วงเวลาที่ใช้จริงเป็นรายเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อควรระวัง / สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ
  • รับรองสำเนาที่ไม่ตรงกับต้นฉบับปัจจุบัน

    หากมีการแก้ไขรายการในทะเบียนหลังจากคัดสำเนา เช่น เปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่อยู่ เอกสารที่รับรองไปแล้วจะไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูล ควรคัดใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ

  • ลายเซ็นผู้ลงนามไม่ตรงกับตัวอย่างที่หน่วยงานมี

    การรับรองลายมือชื่อจะเทียบกับลายเซ็นในบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ลายเซ็นที่ต่างออกไปทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการรับรอง

  • เอกสารมีการเย็บหรือแกะออกหลังรับรอง

    ชุดเอกสารที่ถูกเย็บและประทับตราคาบรอยต่อ ห้ามแกะออกเด็ดขาด การถอดลวดเย็บทำให้การรับรองสิ้นผลและต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

  • ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการคำแปลภาษาอะไร

    บางประเทศรับเฉพาะคำแปลเป็นภาษาราชการของตน ไม่รับภาษาอังกฤษ การรับรองคำแปลอังกฤษไปก่อนจึงอาจต้องทำซ้ำทั้งกระบวนการ

ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

หัวข้อที่ผู้ใช้ค้นหาบ่อย

หัวข้อที่ค้นหาบ่อยเกี่ยวกับนิติกรณ์และการรับรองเอกสาร

รับรองเอกสารกรมการกงสุล
งานรับรองนิติกรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ลำดับขั้นตอนรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ
ตามแนวปฏิบัติทั่วไปคือ ต้นฉบับ → คำแปล → นิติกรณ์ → รับรองสถานทูตปลายทาง (ถ้าจำเป็น)
เอกสารบริษัทที่ต้องรับรองก่อนใช้ต่างประเทศ
หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียนควรคัดฉบับล่าสุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง
Apostille กับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร
ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ หากไม่ใช่ต้องรับรองสถานทูตเป็นลำดับถัดไป

หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

บริการที่เกี่ยวข้อง · Related services

งานที่ลูกค้ามักทำต่อจากหน้านี้

เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ

ลิงก์อ้างอิงหน่วยงานภายนอก

ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แนะนำบริการรับรองเอกสาร: เกณฑ์เลือกที่ควรใช้

การรับรองเอกสารเป็นงานที่ลำดับขั้นสำคัญกว่าความเร็ว เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านการแปลและรับรองคำแปล แล้วจึงรับรองที่กรมการกงสุล และบางปลายทางต้องรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นต่ออีกชั้น ถ้าข้ามขั้นใดขั้นหนึ่งจะถูกตีกลับทั้งชุด ผู้ให้บริการที่ควรเลือกคือผู้ที่ระบุลำดับขั้นของงานคุณได้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่ม

เกณฑ์เลือกผู้ให้บริการ

  • ระบุลำดับขั้นทั้งเส้นทางได้ก่อนเริ่มงานแต่ละประเทศปลายทางมีจำนวนชั้นการรับรองไม่เท่ากัน
  • รู้ว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ประเทศภาคีใช้ Apostille ชั้นเดียว ส่วนประเทศนอกภาคีต้องรับรองสถานทูตต่อ
  • ตรวจอายุเอกสารต้นฉบับหลายหน่วยงานปลายทางกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด
  • มีระบบรับ-คืนเอกสารตัวจริงที่ตรวจสอบได้งานรับรองต้องใช้ต้นฉบับ ไม่ใช่สำเนา
  • แจ้งวันทำการจริง แยกจากวันหยุดของสถานทูตสถานทูตแต่ละแห่งมีวันหยุดของตนเองที่กระทบกำหนดส่งงาน

คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

  1. เอกสารของผมต้องผ่านกี่ชั้น และปลายทางเป็นภาคี Apostille หรือไม่
  2. งานนี้ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง และผู้ให้บริการทำครบทุกขั้นหรือส่งต่อ
  3. ระยะเวลาทำการจริงกี่วันทำการ นับจากวันที่ได้รับเอกสารครบ
  4. ถ้าหน่วยงานปลายทางตีกลับหรือขอแก้ไข มีการแก้ไขให้หรือไม่ และในเงื่อนไขใด
  5. ติดตามสถานะงานได้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบเอกสารตัวจริง

ทางเลือกที่มี และเหมาะกับใคร

ทางเลือกเหมาะกับข้อควรรู้
เดินเรื่องเองผู้ที่อยู่ในพื้นที่ มีเวลา และเอกสารไม่ซับซ้อนต้องจองคิว เดินหลายหน่วยงาน และรับความเสี่ยงเรื่องรูปแบบคำแปลเอง
ใช้บริการเฉพาะขั้นตอนกงสุลผู้ที่มีคำแปลรับรองพร้อมแล้วถ้ารูปแบบคำแปลไม่ผ่าน จะต้องย้อนกลับไปเริ่มที่ขั้นแปลใหม่
ใช้บริการครบสายถึงสถานทูตปลายทางเอกสารที่ต้องรับรองหลายชั้น หรือมีกำหนดยื่นแน่นอนควรขอไทม์ไลน์รายขั้นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการเลือกผู้ให้บริการ

แนะนำรับรองเอกสารที่ไหนดี
เลือกผู้ให้บริการที่ระบุลำดับขั้นของเอกสารคุณได้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน ว่าต้องแปล รับรองคำแปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทางกี่ชั้น เพราะการข้ามขั้นทำให้ถูกตีกลับทั้งชุดและเสียเวลามากกว่าค่าบริการที่ประหยัดได้
Apostille กับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร
Apostille ใช้ได้กับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก โดยรับรองชั้นเดียวแล้วใช้ได้ที่ปลายทาง ส่วนประเทศนอกภาคียังต้องนำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยอีกชั้นหนึ่ง

แหล่งอ้างอิงทางการ · Authoritative Sources

  1. Hague Apostille Convention 1961Primary treaty
  2. MFA Thailand · Legalization DivisionFiling authority
  3. UAE Embassy BangkokDestination embassy