รับรองเอกสาร กงสุล MOFA (Legalization)
รับรองเอกสารราชการไทย-อังกฤษ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ภายใน 1-3 วันทำการ
รับรองเอกสารราชการไทย-อังกฤษ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ภายใน 1-3 วันทำการ
บริการรับรองนิติกรณ์เอกสารที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA Thailand) สำหรับเอกสารทะเบียนราษฎร์ ทะเบียนการค้า การศึกษา การแพทย์ ใบขับขี่ ทะเบียนสมรส/หย่า สูติบัตร มรณบัตร และเอกสารบริษัท — ใช้ยื่นสถานทูต ขอวีซ่า แต่งงานต่างประเทศ ขอใบอนุญาตทำงาน และยื่นศาลต่างประเทศ
ใช่ — MOFA รับรองทั้งต้นฉบับและคำแปลพร้อมกัน คำแปลต้องเป็นรูปแบบที่ MOFA ยอมรับ (บล็อกรับรอง + ลายเซ็นนักแปล) เรามีนักแปลในทีมที่ผ่านการรับรอง MOFA มาแล้ว 10+ ปี
ประเทศไทยยังไม่เข้าร่วม Apostille Convention (ณ พฤษภาคม 2026) ดังนั้นเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่าน MOFA + Embassy Legalization แทน Apostille — เราอธิบายและทำให้ครบทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งไทยและประเทศปลายทาง
ขอ คร.2 จากอำเภอ (อายุไม่เกิน 6 เดือน) → แปล EN → MOFA → Embassy ปลายทาง (เช่น เยอรมัน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย) — ทั้ง process 5-10 วันทำการ NYC จัดให้ครบในแพ็คเกจเดียว
ตรงข้าม — เอกสารจากประเทศต่างประเทศต้องผ่าน Notary + Apostille (ถ้าประเทศนั้นอยู่ใน Convention) หรือ Foreign MOFA + สถานทูตไทยในประเทศนั้น → แล้วแปลไทย + MOFA Thailand รับรองคำแปลซ้ำอีกครั้ง
ใช้ได้ — หนังสือรับรอง, บอจ.5, ภพ.20, สัญญาที่จดทะเบียนแล้ว ต้องคัดจาก DBD/สรรพากร อายุไม่เกิน 6 เดือน เราเดินคัดให้ + แปล + MOFA ครบ
รวมคำตอบเรื่องการรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ทั้งเอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารการศึกษา เอกสารบริษัท การรับรองคำแปล และการรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง (35+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับในเวลาทำการ (จันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00, เสาร์ 9:00–15:00)

เอกสารราชการไทยที่จะใช้กับหน่วยงานต่างประเทศต้องผ่านกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนเสมอ ไม่ว่าปลายทางจะจบด้วย Apostille หรือการรับรองที่สถานทูตปลายทาง
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศมีเส้นทางรับรองมากกว่าหนึ่งแบบ เลือกผิดเส้นทางคือเสียเวลาและต้องเริ่มใหม่ ตารางนี้เทียบให้เห็นว่าเคสแบบไหนควรใช้ทางใด
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| นิติกรณ์กงสุล + รับรองสถานทูตปลายทาง (เส้นทางมาตรฐานปัจจุบัน) | ใช้กับเกือบทุกประเทศปลายทางในเวลานี้ | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทางในไทย | ผันแปร โดยทั่วไปหลักวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับคิวของสถานทูตแต่ละแห่ง | ถูกตีกลับบ่อยจากคำแปลไม่ตรงแบบ ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรือใช้สำเนาที่ไม่ใช่ฉบับคัดรับรองล่าสุด |
| อโพสทีล (Hague Apostille 1961) | สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญา — สำหรับเอกสารไทย ยังใช้ไม่ได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ในฐานะ Competent Authority ตามอนุสัญญา) | ผันแปรตามประกาศของหน่วยงานเมื่อเริ่มให้บริการ | เข้าใจผิดว่าใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ใช้ได้เฉพาะประเทศภาคี และบางประเทศยังขอคำแปลเพิ่ม |
| รับรองโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย) | ปลายทางระบุชัดว่าต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับรองในประเทศนั้น | หน่วยงานรับรองวิชาชีพของประเทศปลายทาง เช่น NAATI (ออสเตรเลีย) | ผันแปร โดยทั่วไปสั้นกว่าเส้นทางที่ต้องผ่านสถานทูต | ใช้แทนนิติกรณ์ไม่ได้ทุกกรณี บางหน่วยงานปลายทางขอทั้งคำแปลรับรองและการรับรองต้นฉบับ |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมากว่า 15 ปี งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
มหาวิทยาลัย นายจ้าง หรือหน่วยงานทะเบียนปลายทางมักมีเช็กลิสต์ของตนเอง ขอเอกสารข้อกำหนดนั้นมาก่อนเริ่ม จะช่วยกำหนดจำนวนชุด ภาษา และรูปแบบการรับรองได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับคิวของกรมการกงสุลและของสถานทูตปลายทางในแต่ละช่วง ควรวางแผนล่วงหน้าและอย่าอิงกับกำหนดเดินทางที่กระชั้น ทีมงานแจ้งช่วงเวลาที่ใช้จริงเป็นรายเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
กรมการกงสุลรับรองคำแปลตามรูปแบบที่กำหนด การส่งคำแปลที่จัดหน้าเองโดยไม่ตรงรูปแบบมักถูกให้แก้ไข ทำให้เสียรอบคิว ควรให้ผู้ให้บริการจัดรูปแบบให้ตั้งแต่ต้น
เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เข้ากระบวนการรับรองได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ สัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ก่อน
บางประเทศรับเฉพาะคำแปลเป็นภาษาราชการของตน ไม่รับภาษาอังกฤษ การรับรองคำแปลอังกฤษไปก่อนจึงอาจต้องทำซ้ำทั้งกระบวนการ
ชุดเอกสารที่ถูกเย็บและประทับตราคาบรอยต่อ ห้ามแกะออกเด็ดขาด การถอดลวดเย็บทำให้การรับรองสิ้นผลและต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด
การรับรองลายมือชื่อจะเทียบกับลายเซ็นในบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ลายเซ็นที่ต่างออกไปทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการรับรอง
หากมีการแก้ไขรายการในทะเบียนหลังจากคัดสำเนา เช่น เปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่อยู่ เอกสารที่รับรองไปแล้วจะไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูล ควรคัดใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล