จัดงานแต่งงานต่างประเทศ · Marriage Legalization Package (Bali/Maldives/Santorini)
รับรองทะเบียนสมรสจากต่างประเทศให้ใช้ในไทยได้ · Legalize + Kor.Ror.22 ที่อำเภอ · เตรียมเอกสาร prenup ถ้ามี · กรอบเวลาประเมินตามเคส
แต่งงานต่างประเทศจะใช้ในไทยต้อง 3 ขั้น: 1) Apostille/legalize จาก country ที่จดทะเบียน 2) MFA Thailand legalize + certified Thai translation 3) Kor.Ror.22 ที่อำเภอ (ถ้าไม่ทำ, สามีภรรยาไม่ได้สิทธิ์ตามกฎหมายไทย เช่น marital visa, joint property) NYC ทำครบใน 30-60 วัน สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อรับใบเสนอราคา
A foreign marriage is only valid in Thailand after 3 steps: (1) apostille/legalization in origin country, (2) Thai MFA legalization + certified translation, (3) Kor.Ror.22 registration at Thai district office. Without Kor.Ror.22, spouses miss marital visa, joint property, inheritance rights. NYC handles the full process with timelines assessed per case; fees are quoted per case.
สิทธิประโยชน์
- Pre-trip document check — ป้องกัน Balinese Adat wedding ไม่ได้ registered ที่ Kantor Catatan Sipil
- Apostille (Hague country) / Consular legalization (non-Hague) → Thai MFA legalization
- Certified Thai translation จาก NAATI L3 หรือ MFA-approved translator
- Kor.Ror.22 registration ที่อำเภอไทย (สำคัญสำหรับ visa/inheritance/property title)
- Prenuptial agreement drafting + notarization (ถ้าต้องการ separation of property)
เอกสารที่ต้องเตรียม
- Original foreign marriage certificate + apostille
- หนังสือเดินทางทั้งสองฝ่าย + ID card / Tabien Baan
- หนังสือรับรองสถานะโสด (บางประเทศต้องใช้ก่อนแต่ง)
- Prenup draft (ถ้ามี)
คลังคำตอบงานนิติกรณ์กรมการกงสุล — คำถามที่ลูกค้าถามจริง
รวมคำตอบเรื่องการรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ทั้งเอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารการศึกษา เอกสารบริษัท การรับรองคำแปล และการรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง (35+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ตรวจสอบความถูกต้องของตรานิติกรณ์ได้อย่างไร
หลังจาก Apostille มีผลกับไทยแล้ว ขั้นตอนนิติกรณ์แบบเดิมจะหายไปหรือไม่
ไทยออก Apostille แล้วหรือยัง
มีบริการเดินเรื่องแทนครบวงจรไหม
งานนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลถูกตีกลับด้วยสาเหตุใดบ่อยที่สุด
เอกสารมีอายุกี่เดือน
ยื่นนิติกรณ์แบบปกติกับแบบด่วนต่างกันตรงไหน
หลังไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แล้ว ต้องเปลี่ยนวิธีเตรียมเอกสารอย่างไร
- กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — หน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (legalization) ของประเทศไทย
- กระทรวงการต่างประเทศ (MFA Thailand)
- HCCH – Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก 1961) — รายชื่อรัฐภาคีและสถานะการใช้ Apostille
- กรมการปกครอง (DOPA) — ทะเบียนราษฎร ทะเบียนสมรส/หย่า และหนังสือรับรองสถานภาพ
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

รับรองนิติกรณ์ กรมการกงสุล — เอกสารและลำดับขั้น
เอกสารราชการไทยที่จะใช้กับหน่วยงานต่างประเทศต้องผ่านกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนเสมอ ไม่ว่าปลายทางจะจบด้วย Apostille หรือการรับรองที่สถานทูตปลายทาง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- • ต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากอำเภอ/เขต หรือหน่วยงานผู้ออก
- • คำแปลที่จัดทำตามระบบที่ปลายทางยอมรับ
- • บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของผู้ยื่น
- • ใบมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบ หากยื่นแทน
- • แบบคำร้องนิติกรณ์ที่กรอกครบถ้วน
- • ข้อมูลประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ
ขั้นตอนการดำเนินการ
- 1. คัดเอกสารใหม่ — ขอฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด
- 2. จัดทำคำแปล — แปลตามระบบที่ปลายทางยอมรับ พร้อมตรวจการสะกดชื่อกับพาสปอร์ต
- 3. ยื่นกรมการกงสุล — ยื่นคำร้องนิติกรณ์เพื่อรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจและคำแปล
- 4. รับเอกสารและตรวจสอบ — ตรวจตราประทับ วันที่ และการเย็บเล่มก่อนนำไปขั้นถัดไป
- 5. ขั้นปลายทาง — ตรวจกับกรมการกงสุลว่าเอกสารประเภทนี้อยู่ในขอบเขต Apostille หรือยังต้องรับรองที่สถานทูตปลายทาง
ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ
- • ยื่นด้วยสำเนาถ่ายเอกสารมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นรับเรื่อง
- • คำแปลที่จัดทำนอกระบบที่กงสุลรับรอง จะไม่ผ่านขั้นนี้
- • อย่าลืมว่าการรับรองต้นฉบับไม่ได้แปลว่าคำแปลได้รับการรับรองไปด้วย
- • ช่วงก่อนเปิดเทอมและฤดูยื่นวีซ่า คิวยาวกว่าปกติ ควรเผื่อเวลา
คำแนะนำจากทีมงาน
- • รวบเอกสารทั้งชุดยื่นครั้งเดียวจะประหยัดรอบเดินทางมากที่สุด
- • ถ่ายรูปทุกหน้าไว้ก่อนยื่น เผื่อกรณีต้องอ้างอิงระหว่างรอ
- • แจ้งชื่อหน่วยงานปลายทางให้ชัด เพื่อเลือกรูปแบบรับรองให้ถูกตั้งแต่แรก
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
เปรียบเทียบเส้นทางรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ
เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศมีเส้นทางรับรองมากกว่าหนึ่งแบบ เลือกผิดเส้นทางคือเสียเวลาและต้องเริ่มใหม่ ตารางนี้เทียบให้เห็นว่าเคสแบบไหนควรใช้ทางใด
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| นิติกรณ์กงสุล + รับรองสถานทูตปลายทาง (เส้นทางมาตรฐานปัจจุบัน) | ใช้กับเกือบทุกประเทศปลายทางในเวลานี้ | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทางในไทย | ผันแปร โดยทั่วไปหลักวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับคิวของสถานทูตแต่ละแห่ง | ถูกตีกลับบ่อยจากคำแปลไม่ตรงแบบ ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรือใช้สำเนาที่ไม่ใช่ฉบับคัดรับรองล่าสุด |
| อโพสทีล (Hague Apostille 1961) | สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญา — สำหรับเอกสารไทย ยังใช้ไม่ได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570 | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ในฐานะ Competent Authority ตามอนุสัญญา) | ผันแปรตามประกาศของหน่วยงานเมื่อเริ่มให้บริการ | เข้าใจผิดว่าใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ใช้ได้เฉพาะประเทศภาคี และบางประเทศยังขอคำแปลเพิ่ม |
| รับรองโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย) | ปลายทางระบุชัดว่าต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับรองในประเทศนั้น | หน่วยงานรับรองวิชาชีพของประเทศปลายทาง เช่น NAATI (ออสเตรเลีย) | ผันแปร โดยทั่วไปสั้นกว่าเส้นทางที่ต้องผ่านสถานทูต | ใช้แทนนิติกรณ์ไม่ได้ทุกกรณี บางหน่วยงานปลายทางขอทั้งคำแปลรับรองและการรับรองต้นฉบับ |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
เราไม่ได้รับทำเอกสารอย่างเดียว — เราเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเคส
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ประเมินเส้นทางเอกสาร
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจก่อนยื่น
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
วางไทม์ไลน์
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
แก้เคสที่ถูกตีกลับ
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
คำถามเชิงปฏิบัติ · ใกล้ฉัน / ทำเองได้ไหม / ใช้เอกสารอะไร
ชาวต่างชาติจดทะเบียนสมรสในไทยต้องเริ่มที่ไหน
ทำเองได้ไหม ต้องใช้ล่ามหรือไม่
ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และถ้าจะนำทะเบียนสมรสไปใช้ต่างประเทศ
รับรองเอกสาร / Apostille: คำแนะนำและข้อควรระวัง
ตรวจก่อนว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่
ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะจบที่ Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง แต่ถ้าไม่ใช่ภาคี ต้องเดินสายรับรองตามลำดับจนถึงสถานทูตของประเทศนั้น ตรวจรายชื่อภาคีล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ HCCH
ทำสำเนาชุดสำรองพร้อมภาพถ่ายทุกขั้น
ก่อนส่งเอกสารเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง ควรถ่ายภาพหรือสแกนเก็บไว้ทุกหน้า รวมถึงหลังได้ตราประทับแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากเอกสารสูญหายระหว่างจัดส่ง
ตรวจข้อกำหนดของผู้รับปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัย นายจ้าง หรือหน่วยงานทะเบียนปลายทางมักมีเช็กลิสต์ของตนเอง ขอเอกสารข้อกำหนดนั้นมาก่อนเริ่ม จะช่วยกำหนดจำนวนชุด ภาษา และรูปแบบการรับรองได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
เผื่อเวลาสำหรับคิวของแต่ละขั้น
ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับคิวของกรมการกงสุลและของสถานทูตปลายทางในแต่ละช่วง ควรวางแผนล่วงหน้าและอย่าอิงกับกำหนดเดินทางที่กระชั้น ทีมงานแจ้งช่วงเวลาที่ใช้จริงเป็นรายเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ลายเซ็นผู้ลงนามไม่ตรงกับตัวอย่างที่หน่วยงานมี
การรับรองลายมือชื่อจะเทียบกับลายเซ็นในบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ลายเซ็นที่ต่างออกไปทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการรับรอง
เข้าใจว่าทนายไทยคือ Notary Public แบบสากล
ในประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบคอมมอนลอว์ ผู้ทำหน้าที่คือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ การอธิบายผิดทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร
เอกสารมีการเย็บหรือแกะออกหลังรับรอง
ชุดเอกสารที่ถูกเย็บและประทับตราคาบรอยต่อ ห้ามแกะออกเด็ดขาด การถอดลวดเย็บทำให้การรับรองสิ้นผลและต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด
ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการคำแปลภาษาอะไร
บางประเทศรับเฉพาะคำแปลเป็นภาษาราชการของตน ไม่รับภาษาอังกฤษ การรับรองคำแปลอังกฤษไปก่อนจึงอาจต้องทำซ้ำทั้งกระบวนการ
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อที่ค้นหาบ่อยเกี่ยวกับนิติกรณ์และการรับรองเอกสาร
- ลำดับขั้นตอนรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ
- ตามแนวปฏิบัติทั่วไปคือ ต้นฉบับ → คำแปล → นิติกรณ์ → รับรองสถานทูตปลายทาง (ถ้าจำเป็น)
- รับรองเอกสารจากต่างประเทศเพื่อใช้ในไทย
- ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลและรับรองในไทย
- เอกสารบริษัทที่ต้องรับรองก่อนใช้ต่างประเทศ
- หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียนควรคัดฉบับล่าสุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง
- รับรองเอกสารกรมการกงสุล
- งานรับรองนิติกรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
งานที่ลูกค้ามักทำต่อจากหน้านี้
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
- รับรองลายมือชื่อและเอกสารโดยทนายความ (Notarial Services)รับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำสาบาน และหนังสือมอบอำนาจ สำหรับใช้ต่อในต่างประเทศ
- แปลเอกสารรับรอง ทุกภาษาคำแปลสำหรับยื่นราชการไทยและต่างประเทศ พร้อมหนังสือรับรองคำแปล
- แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI (ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์)คำแปลที่หน่วยงานออสเตรเลียยอมรับ พร้อมตราประทับนักแปลที่ได้รับการรับรอง
- จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติหนังสือรับรองโสด รับรองสถานทูต และจดทะเบียนที่สำนักงานเขต
- หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance)ยื่นกองบัญชาการตำรวจสันติบาล พร้อมแปลและรับรองต่อ
- วีซ่าต่างประเทศสำหรับคนไทยเตรียมเอกสาร นัดหมายสถานทูต และตรวจแฟ้มก่อนยื่น
- กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — หน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (legalization) ของประเทศไทย
- กระทรวงการต่างประเทศ (MFA Thailand)
- HCCH – Apostille Section (อนุสัญญากรุงเฮก 1961) — รายชื่อรัฐภาคีและสถานะการใช้ Apostille
- กรมการปกครอง (DOPA) — ทะเบียนราษฎร ทะเบียนสมรส/หย่า และหนังสือรับรองสถานภาพ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล