มาตรฐานคำแปลที่หน่วยงานยอมรับ: ต่างกันอย่างไรระหว่างแปลทั่วไป แปลรับรอง และแปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียน
อธิบายระดับของงานแปลเอกสารราชการ ใครรับรองได้ ใครรับรองไม่ได้ และปลายทางแบบไหนต้องใช้ระดับใด
อธิบายระดับของงานแปลเอกสารราชการ ใครรับรองได้ ใครรับรองไม่ได้ และปลายทางแบบไหนต้องใช้ระดับใด
ในทางปฏิบัติ เอกสารที่จะใช้ต่างประเทศมักต้องผ่านกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งรับรองคำแปลไทย–อังกฤษตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ ส่วนเอกสารเอกชนต้องมีทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามก่อน
สำหรับปลายทางออสเตรเลีย งานแปลจำนวนมากกำหนดผู้แปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI ซึ่งเป็นคนละระบบกับการรับรองของไทย และไม่สามารถใช้แทนกันได้โดยอัตโนมัติ ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับก่อนเสมอ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูกกับคิวและเงื่อนไขที่เปลี่ยนบ่อย ส่งภาพเอกสารเข้ามาให้ทีมที่ปรึกษาของเราตรวจก่อนได้ เราจะบอกเส้นทางที่ถูกต้อง ลำดับขั้น และจุดเสี่ยงของเคสคุณ ก่อนที่คุณจะเสียค่าธรรมเนียมรอบแรกไปกับเส้นทางที่ผิด
ใช้ซ้ำได้เมื่อต้นฉบับยังเป็นฉบับเดิม ข้อมูลไม่เปลี่ยน และหน่วยงานปลายทางไม่ได้กำหนดอายุคำแปล แต่ถ้าเอกสารต้นฉบับออกใหม่หรือสถานะบุคคลเปลี่ยน ควรแปลใหม่
โดยทั่วไปไม่แนะนำ เพราะผู้รับรองต้องรับผิดชอบความถูกต้องของคำแปลนั้น หน่วยงานหลายแห่งกำหนดให้ผู้แปลและผู้รับรองเป็นผู้เดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงที่ตรวจสอบได้
ทีมที่ปรึกษาตอบกลับในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ · ผลการพิจารณาขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับเอกสาร
คำตอบจากงานจริงของทีมเรา ครอบคลุมภาษาที่รองรับ ชนิดเอกสารราชการ ขั้นตอนรับรองคำแปล การยื่นนิติกรณ์กรมการกงสุล และการรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง (53+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับในเวลาทำการ (จันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00, เสาร์ 9:00–15:00)

งานแปลที่ใช้กับราชการต้องเลือก 'ระบบรับรองที่ปลายทางยอมรับ' ก่อนเริ่มแปลเสมอ เพราะแต่ละประเทศใช้คนละระบบ (NAATI ของออสเตรเลีย, sworn translator ของยุโรป, certified translation ของสหรัฐฯ, นักแปลขึ้นทะเบียนกระทรวงยุติธรรมสำหรับศาลไทย)
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
คำว่า 'แปลรับรอง' ไม่ได้แปลว่าเหมือนกันทุกที่ ปลายทางแต่ละแห่งยอมรับคำแปลคนละรูปแบบ
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| คำแปลรับรองโดยผู้แปล + รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เอกสารไทยกับหน่วยงานต่างประเทศผ่านสถานทูต | กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | ผันแปร ขึ้นกับคิวและช่องทางยื่น | รูปแบบคำแปลไม่ตรงตามที่กงสุลกำหนดจะถูกตีกลับตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์ |
| คำแปลโดยนักแปลที่ได้รับรองในต่างประเทศ (NAATI / sworn translator) | ปลายทางเป็นออสเตรเลีย หรือประเทศที่ใช้ระบบนักแปลสาบานตน | หน่วยงานรับรองของประเทศนั้น เช่น NAATI | ผันแปร โดยทั่วไปไม่กี่วันทำการ | ใช้นักแปลที่หมดอายุการรับรอง หรือไม่มีตราประทับ/หมายเลขทะเบียนบนคำแปล |
| คำแปลรับรองโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ (Notarial Services Attorney) | ปลายทางเป็นเอกชน เช่น มหาวิทยาลัย นายจ้าง ธนาคารต่างประเทศ | ทนายความผู้ได้รับอนุญาตจากสภาทนายความ | โดยทั่วไปภายในวันเดียวถึงไม่กี่วัน | หน่วยงานราชการต่างประเทศหลายแห่งไม่รับรูปแบบนี้แทนนิติกรณ์กงสุล |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมากว่า 15 ปี งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
หากต้องผ่านหลายขั้น (แปล → รับรองคำแปล → Apostille หรือสถานทูต) ให้เผื่อคิวของแต่ละหน่วยงาน และเริ่มจากขั้นที่ใช้เวลานานที่สุดก่อน เพื่อไม่ให้เอกสารต้นฉบับเกินอายุที่ปลายทางรับ
เอกสารทะเบียนราษฎรและเอกสารศาลหลายประเภทมีข้อกำหนดเรื่องอายุการออกเอกสาร หน่วยงานปลายทางหลายแห่งรับเฉพาะฉบับคัดรับรองที่ออกใหม่ในช่วงไม่กี่เดือน จึงควรคัดฉบับใหม่ก่อนเริ่มแปล
ระบบรับรองคำแปลของแต่ละประเทศใช้แทนกันไม่ได้ เช่น หน่วยงานออสเตรเลียกำหนดนักแปล NAATI ขณะที่เอกสารที่ใช้ในไทยหรือยื่นสถานทูตในไทยมักต้องผ่านการรับรองคำแปลของกรมการกงสุล ก่อนสั่งงานจึงควรบอกก่อนว่าจะยื่นที่หน่วยงานใด ประเทศใด
คำแปลต้องใช้การสะกดชื่อ–นามสกุลตรงกับหน้าหนังสือเดินทางที่จะใช้ยื่น ไม่ใช่การถอดเสียงใหม่ กรุณาส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตมาพร้อมเอกสารเสมอ เพื่อให้ชื่อในคำแปลตรงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานปลายทาง
คำแปลที่รับรองโดยกรมการกงสุลไม่ได้ทดแทนคำแปล NAATI สำหรับหน่วยงานออสเตรเลีย และในทางกลับกันตราของ NAATI ก็ไม่ใช่การรับรองเอกสารสำหรับใช้ในราชการไทย ต้องเลือกระบบให้ตรงปลายทางตั้งแต่ต้น
ผู้ยื่นที่เคยเปลี่ยนชื่อหรือใช้การสะกดต่างกันในแต่ละเอกสาร ควรเตรียมหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุลและคำแปลไปพร้อมกัน มิฉะนั้นหน่วยงานจะถือว่าเป็นคนละบุคคล
หลายหน่วยงานกำหนดให้แนบสำเนาต้นฉบับคู่กับคำแปลทุกแผ่น การยื่นคำแปลลอย ๆ ทำให้ตรวจสอบความถูกต้องไม่ได้และถูกส่งคืน
ตราประทับ ลายเซ็น ข้อความหลังเอกสาร และหมายเหตุขอบกระดาษ ต้องถูกถอดความหรือระบุไว้ในคำแปลด้วย การละเว้นส่วนเหล่านี้เป็นเหตุตีกลับที่พบบ่อย
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล