ข้ามไปเนื้อหาหลัก / Skip to main content
N
NYC Visa.
Visa & Translation
Legalization · 9 นาทีอ่าน

Apostille กับการรับรองผ่านสถานทูต ต่างกันอย่างไร และเลือกสายไหน

อธิบายวิธีตัดสินใจว่าเอกสารของคุณต้องเดินสาย Apostille หรือสายรับรองสถานทูต โดยดูจากประเทศปลายทางและชนิดเอกสารเป็นหลัก

Apostille กับการรับรองผ่านสถานทูต ต่างกันอย่างไร และเลือกสายไหน

ต้นทาง–ปลายทาง: ตัดสินใจก่อนเริ่ม

คำถามแรกไม่ใช่ 'แปลที่ไหน' แต่คือ 'ใครจะเป็นคนอ่านเอกสารฉบับนี้' หน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดรูปแบบการรับรองทั้งหมด ตั้งแต่ภาษาที่ยอมรับ ผู้แปลที่ยอมรับ ไปจนถึงตราประทับขั้นสุดท้าย

เราจึงเริ่มงานทุกเคสด้วยการถาม 4 ข้อ คือ เอกสารออกโดยประเทศไหน จะใช้ที่ประเทศไหนและหน่วยงานใด เป็นเอกสารราชการหรือเอกชน และปลายทางรับ Apostille หรือไม่ คำตอบสี่ข้อนี้กำหนดเส้นทางทั้งหมดและกำหนดว่าจะเสียเวลากี่รอบ

  • เอกสารออกโดยประเทศใด — กำหนดว่าจะเริ่มรับรองที่หน่วยงานใด
  • ใช้กับหน่วยงานใดปลายทาง — ตัวแปรสำคัญที่สุด และเป็นข้อที่ลูกค้ามักตอบกว้างเกินไป
  • ราชการหรือเอกชน — เอกสารเอกชนต้องมีลายมือชื่อที่ถูกรับรองก่อน
  • ปลายทางเป็นภาคี Hague Apostille หรือไม่ — แยกสองสายตั้งแต่ต้น

เอกสารราชการกับเอกสารเอกชนเดินคนละทาง

เอกสารราชการ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ ออกโดยหน่วยงานรัฐและมีตราประทับที่ตรวจสอบย้อนได้ จึงเข้าสู่ขั้นแปลและนิติกรณ์ได้ทันที

เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ สัญญา หนังสือรับรองจากบริษัท หรือคำแถลงส่วนบุคคล ไม่มีตราประทับรัฐ จึงต้องให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นถัดไปได้

ลำดับขั้นของแต่ละสาย

  • สายไม่ใช่ภาคี: ต้นฉบับ → (เอกชน) ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ → แปลเป็นภาษาปลายทางหรืออังกฤษ → กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองคำแปลและลายมือชื่อ → สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทยรับรองต่อ
  • สายภาคี: ต้นฉบับ → (เอกชน) รับรองลายมือชื่อ → แปล → หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille → ใช้ที่ปลายทางได้โดยไม่ต้องผ่านสถานทูต
  • สายขาเข้า: เอกสารต่างประเทศต้องรับรองที่ต้นทางก่อน แล้วจึงแปลเป็นไทยและให้กรมการกงสุลรับรองคำแปล ก่อนยื่นหน่วยงานไทย
  • สายพิเศษ: ออสเตรเลียต้องใช้คำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลข CPN — การรับรองจากกรมการกงสุลไม่ทดแทนกัน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องเริ่มใหม่

  • แปลก่อนถามปลายทาง แล้วพบว่าปลายทางรับเฉพาะนักแปลที่ขึ้นทะเบียนของประเทศนั้น
  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่ตรงกับเอกสารฉบับอื่นในชุดเดียวกัน
  • ใช้สำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก
  • ยื่นเอกสารที่ปลายทางกำหนดอายุไว้ แต่คัดมานานเกินกรอบที่หน่วยงานนั้นยอมรับ
  • เดินสถานทูตทั้งที่ปลายทางรับ Apostille แล้ว หรือกลับกัน
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

โนตารีไทยเท่ากับ Notary Public ของต่างประเทศหรือไม่

ไม่เท่ากันโดยตรง ประเทศไทยใช้ระบบทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่ยอมรับเมื่อมีการรับรองต่อจากกรมการกงสุลและสถานทูตตามสายที่ถูกต้อง หากปลายทางระบุว่าต้องเป็น notary ของประเทศเขาเอง ต้องวางแผนลงนามที่ประเทศนั้นแทน

ถ้าปลายทางเพิ่งเข้าเป็นภาคี Apostille ต้องเปลี่ยนวิธีทันทีไหม

ให้ตรวจกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนทุกครั้ง ช่วงเปลี่ยนผ่านหลายหน่วยงานยังรับทั้งสองรูปแบบ และบางหน่วยงานภายในประเทศเดียวกันปรับตัวไม่พร้อมกัน การถามเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บอีเมลตอบกลับไว้เป็นหลักฐานช่วยลดความเสี่ยงถูกตีกลับ

แปลที่ไทยแล้วนำไปรับรองที่ปลายทางได้หรือไม่

ทำได้ในหลายประเทศ แต่บางประเทศ เช่น กลุ่มที่ใช้ระบบ sworn translator ที่ขึ้นทะเบียนศาล จะรับเฉพาะคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลในทะเบียนของประเทศนั้น กรณีนี้เราจะแจ้งตรงและช่วยประสานผู้แปลปลายทางแทนการฝืนใช้คำแปลจากไทย

เอกสารชุดเดียวใช้ได้หลายประเทศไหม

โดยหลักไม่ได้ เพราะการรับรองขั้นสุดท้ายผูกกับประเทศปลายทางแต่ละแห่ง หากต้องใช้หลายประเทศ ให้คัดเอกสารต้นทางหลายชุดตั้งแต่แรก แล้วแยกเดินสายรับรองขนานกัน จะเร็วกว่าเดินทีละรอบมาก

ต้องใช้เวลาเท่าไร

ระยะเวลาขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงานและช่วงเทศกาล จึงประเมินเป็นช่วงวันทำการ ไม่รวมคิวหน่วยงานและเวลาส่งเอกสารระหว่างประเทศ เราจะแจ้งกรอบเวลาที่อ้างอิงจากคิวจริงในช่วงนั้นให้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

ถ้าเอกสารถูกตีกลับต้องทำอย่างไร

อ่านเหตุผลที่หน่วยงานระบุให้ครบก่อน แล้วแยกว่าเป็นปัญหารูปแบบ เช่น ตราประทับหรือลำดับการรับรอง หรือปัญหาเนื้อหา เช่น ชื่อไม่ตรงหรือเอกสารเกินอายุ ปัญหารูปแบบมักแก้ได้ที่ขั้นตอนเดียว ส่วนปัญหาเนื้อหาต้องคัดเอกสารต้นทางใหม่

ปรึกษาฟรี

ต้องการให้ NYC ดูแลเคสของคุณ?

ทีมที่ปรึกษาตอบกลับในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ · ผลการพิจารณาขึ้นกับดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับเอกสาร

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

Service Knowledge Base

คลังความรู้อะโพสทิลสำหรับเอกสารไทย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอะโพสทิลของเอกสารไทย ช่วงก่อนและหลังวันที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (8+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)

ตอนนี้ขออะโพสทิลเอกสารไทยได้แล้วหรือยัง

ยังไม่ได้ครับ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอะโพสทิลแล้ว แต่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางตามเดิม ผู้ที่มีกำหนดใช้เอกสารในช่วงเปลี่ยนผ่านควรถามหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับรูปแบบใด แล้วเตรียมเอกสารตามเส้นทางนั้น

อะโพสทิลรับรองคำแปลด้วยหรือไม่

ไม่ครับ อะโพสทิลรับรองเฉพาะความถูกต้องของลายมือชื่อ ตำแหน่งของผู้ลงนาม และตราประทับบนเอกสารสาธารณะเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาหรือคำแปลถูกต้อง หลายประเทศจึงยังขอคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลที่หน่วยงานนั้นยอมรับ และบางแห่งกำหนดให้ประทับอะโพสทิลบนเอกสารต้นทางก่อนแปล บางแห่งให้แปลก่อนแล้วรับรองคำแปล ควรถามลำดับที่ปลายทางต้องการก่อนเริ่มงาน เพราะการสลับลำดับคือสาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยที่สุด

ควรยื่นเอกสารตอนนี้หรือรอถึงปี 2570

ถ้ามีกำหนดใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้เดินเส้นทางปัจจุบันทันที ไม่ควรรอ เพราะเอกสารที่รับรองครบตามเส้นทางเดิมยังใช้ได้ตามอายุที่ปลายทางกำหนด แต่ถ้าแผนใช้เอกสารอยู่หลังวันมีผลบังคับใช้และปลายทางเป็นภาคี การรอมักลดขั้นตอนและระยะเวลาลงได้ กรณีกำหนดคาบเกี่ยว แนะนำเตรียมชุดเอกสารต้นทางให้พร้อม เพื่อเลือกเส้นทางได้ทันทีเมื่อปลายทางยืนยันรูปแบบที่รับ

หลังอะโพสทิลมีผลบังคับใช้แล้ว ยังต้องรับรองที่สถานทูตอยู่ไหม

ขึ้นอยู่กับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ถ้าเป็นภาคี ตราอะโพสทิลจากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทยจะใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตได้ แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี หรือเป็นภาคีที่คัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย ก็ยังต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์และรับรองสถานทูตเช่นเดิม ควรตรวจสถานะภาคีล่าสุดจาก HCCH และยืนยันกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

เอกสารประเภทไหนใช้อะโพสทิลไม่ได้

โดยหลักอนุสัญญาใช้กับเอกสารสาธารณะ เช่น ทะเบียนราษฎร คำพิพากษา เอกสารรับรองจากหน่วยงานราชการ และเอกสารที่ผ่านการรับรองโดยเจ้าพนักงาน ส่วนเอกสารทางการทูตหรือกงสุล และเอกสารทางพาณิชย์หรือศุลกากรบางประเภทอยู่นอกขอบเขต เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจที่บุคคลจัดทำเอง ต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจก่อน จึงจะเข้าเงื่อนไขเป็นเอกสารที่รับอะโพสทิลได้

ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง ให้ทีมงานช่วยได้แค่ไหน

ทีมงานที่ดูแลงานเอกสารข้ามประเทศมากว่า 15 ปีสามารถรับงานได้ตั้งแต่ตรวจว่าปลายทางรับรูปแบบใด คัดเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก จัดแปลและตรวจทานสองชั้นให้ชื่อสะกดตรงหนังสือเดินทาง ยื่นนิติกรณ์ ประสานสถานทูตปลายทาง จนถึงจัดส่งคืน พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะและให้คำแนะนำเชิงที่ปรึกษาว่าควรยื่นตอนนี้หรือรอเส้นทางอะโพสทิล ส่งภาพถ่ายเอกสารให้ตรวจเบื้องต้นได้ก่อนตัดสินใจ
หัวข้อที่ครอบคลุมในหน้านี้
เส้นทางปัจจุบัน: นิติกรณ์กรมการกงสุล · รับรองสถานทูต · legalization · แปลรับรอง
อะโพสทิลไทย: apostille ไทย · อนุสัญญากรุงเฮก · 28 กุมภาพันธ์ 2570 · ยกเลิกรับรองสถานทูต

ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับในเวลาทำการ (จันทร์–ศุกร์ 9:00–18:00, เสาร์ 9:00–15:00)

เจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองเอกสารราชการไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ (อะโพสทิลไทยมีผล 28 ก.พ. 2570)
เจ้าหน้าที่ประทับตรารับรองเอกสารราชการไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ (อะโพสทิลไทยมีผล 28 ก.พ. 2570) — ภาพจากงานบริการจริงของทีมงาน NYC Visa & Translation
Service Playbook

อะโพสทิลสำหรับเอกสารไทย — เตรียมตัวก่อนวันมีผลบังคับใช้

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลและรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทางตามเดิม การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้เลือกได้ว่าจะยื่นตอนนี้หรือรอเส้นทางใหม่

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • • ต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก เช่น สำนักทะเบียนอำเภอหรือมหาวิทยาลัย
  • • คำแปลภาษาอังกฤษที่ตรงกับต้นฉบับทุกบรรทัด รวมถึงตราประทับและลายเซ็น
  • • สำเนาหน้าพาสปอร์ตของเจ้าของเอกสารเพื่อยึดการสะกดชื่อ
  • • หนังสือระบุข้อกำหนดจากหน่วยงานปลายทาง ถ้ามี
  • • ใบมอบอำนาจ หากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ตรวจว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ — ถ้าปลายทางไม่ใช่ภาคี ต้องใช้เส้นทางนิติกรณ์ + สถานทูตเสมอ แม้หลังวันมีผลบังคับใช้
  2. 2. คัดเอกสารฉบับใหม่ — ขอฉบับคัดรับรองใหม่จากหน่วยงานผู้ออก เพื่อให้ตราประทับและลายเซ็นตรวจสอบย้อนได้
  3. 3. แปลและตรวจทานสองชั้น — ตรวจตัวเลข วันที่ ชื่อหน่วยงาน และการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ต
  4. 4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่ใช้อยู่ — ปัจจุบันยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง
  5. 5. วางแผนช่วงเปลี่ยนผ่าน — หากกำหนดใช้เอกสารอยู่ใกล้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้เตรียมทั้งสองเส้นทางไว้ เพื่อไม่ให้ตารางเดินทางสะดุด

ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ

  • • อย่าเข้าใจว่าอะโพสทิลใช้ได้แล้ววันนี้ — ก่อนวันมีผลบังคับใช้ หน่วยงานยังรับเฉพาะเส้นทางนิติกรณ์เดิม
  • • อะโพสทิลรับรองแค่ลายเซ็นและตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าคำแปลถูกต้อง ปลายทางจึงอาจขอคำแปลเพิ่ม
  • • ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี เช่น บางประเทศตะวันออกกลาง ยังต้องรับรองที่สถานทูตอยู่ดี
  • • เอกสารที่ออกก่อนหน้านานมาก อาจถูกขอให้คัดใหม่ก่อนรับรอง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • • ถ้าต้องใช้หลายประเทศพร้อมกัน แจ้งล่วงหน้าเพื่อวางลำดับรับรองให้ใช้ต้นฉบับชุดเดียว
  • • เก็บสำเนาสีของทุกหน้าที่ประทับตราไว้ก่อนส่งออกนอกประเทศ
  • • สอบถามหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรว่ารับอะโพสทิลหรือรับรองสถานทูต แล้วเก็บอีเมลไว้เป็นหลักฐาน

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Route Comparison

อะโพสทิล vs นิติกรณ์กงสุล — เลือกเส้นทางไหนสำหรับเอกสารไทย

หลายคนได้ยินคำว่า Apostille แล้วเข้าใจว่าใช้แทนการรับรองแบบเดิมได้ทันทีทุกประเทศ ความจริงคือขึ้นกับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ และไทยเริ่มออกอะโพสทิลเมื่อใด

เส้นทางใช้เมื่อไหร่หน่วยงานที่รับรองระยะเวลาโดยประมาณความเสี่ยงถูกตีกลับ
อะโพสทิล (Hague Apostille 1961)ใช้กับประเทศภาคีอนุสัญญาเท่านั้น — สำหรับเอกสารไทย ยังใช้ไม่ได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะ Competent Authorityผันแปรตามประกาศของหน่วยงานเมื่อเริ่มให้บริการเข้าใจผิดว่าใช้ได้ทุกประเทศ และบางปลายทางยังขอคำแปลรับรองเพิ่มแม้มีอะโพสทิลแล้ว
นิติกรณ์กงสุล + รับรองสถานทูตปลายทางปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญา หรือยังต้องใช้เส้นทางเดิมในช่วงเปลี่ยนผ่านกรมการกงสุล แล้วต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทางในไทยผันแปร โดยทั่วไปหลักวันถึงหลายสัปดาห์ตามคิวสถานทูตคำแปลไม่ตรงแบบ หรือใช้สำเนาที่ไม่ใช่ฉบับคัดรับรองล่าสุด ทำให้ถูกตีกลับ
รับรองโดยผู้แปลที่ปลายทางกำหนด (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย)หน่วยงานปลายทางระบุมาตรฐานผู้แปลไว้ชัดเจนผู้แปลที่ได้รับการรับรองตามระบบของประเทศนั้นผันแปรตามปริมาณหน้าเอกสารใช้ผู้แปลที่ไม่อยู่ในระบบที่ปลายทางยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผน หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาประสบการณ์กว่า 15 ปีของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน และรับดำเนินการแทนได้ทั้งกระบวนการ

Advisory Service

เราไม่ได้รับทำเอกสารอย่างเดียว — เราเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเคส

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมากว่า 15 ปี งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ

ประเมินเส้นทางเอกสาร

ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ

ตรวจก่อนยื่น

ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน

วางไทม์ไลน์

เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า

แก้เคสที่ถูกตีกลับ

อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Practical Q&A

คำถามเชิงปฏิบัติ · ใกล้ฉัน / ทำเองได้ไหม / ใช้เอกสารอะไร

รับรองเอกสารกรมการกงสุลใกล้ฉันได้ที่ไหน

การรับรองนิติกรณ์เอกสารเป็นอำนาจของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานหลักที่ถนนแจ้งวัฒนะ และสำนักงานหนังสือเดินทางบางแห่งในต่างจังหวัดที่เปิดรับนิติกรณ์ตามประกาศของกรมฯ หากไม่สะดวกเดินทางเอง เราให้บริการรับ-ส่งเอกสารแทนจากจุดบริการลาดพร้าว 95 ขอนแก่น และอุดรธานี

ไปยื่นเองได้ไหม หรือจำเป็นต้องใช้ตัวแทน

ยื่นเองได้ กรมการกงสุลเปิดให้ประชาชนยื่นด้วยตนเองและมีระบบนัดหมายออนไลน์ ข้อควรรู้คือเอกสารต้องแปลถูกรูปแบบและผ่านลำดับขั้นให้ถูกก่อน (เช่น เอกสารราชการต้องเป็นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้ออก แล้วจึงแปลและรับรอง) หากยื่นผิดลำดับจะถูกตีกลับ การใช้ตัวแทนช่วยลดรอบการเดินทางและตรวจรูปแบบก่อนยื่น

ต้องใช้เอกสารอะไรในการยื่นรับรองนิติกรณ์

โดยทั่วไป: ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการผู้มีอำนาจ, คำแปลที่ถูกต้องครบถ้วน, สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร และหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้รับมอบหากให้ผู้อื่นยื่นแทน กรณีเอกสารต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานทูตที่เกี่ยวข้องก่อน
คำแนะนำและข้อควรระวัง

รับรองเอกสาร / Apostille: คำแนะนำและข้อควรระวัง

คำแนะนำก่อนใช้บริการ
  • เผื่อเวลาสำหรับคิวของแต่ละขั้น

    ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับคิวของกรมการกงสุลและของสถานทูตปลายทางในแต่ละช่วง ควรวางแผนล่วงหน้าและอย่าอิงกับกำหนดเดินทางที่กระชั้น ทีมงานแจ้งช่วงเวลาที่ใช้จริงเป็นรายเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

  • ตรวจข้อกำหนดของผู้รับปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษร

    มหาวิทยาลัย นายจ้าง หรือหน่วยงานทะเบียนปลายทางมักมีเช็กลิสต์ของตนเอง ขอเอกสารข้อกำหนดนั้นมาก่อนเริ่ม จะช่วยกำหนดจำนวนชุด ภาษา และรูปแบบการรับรองได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

  • ทำสำเนาชุดสำรองพร้อมภาพถ่ายทุกขั้น

    ก่อนส่งเอกสารเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง ควรถ่ายภาพหรือสแกนเก็บไว้ทุกหน้า รวมถึงหลังได้ตราประทับแต่ละขั้น เพื่อใช้อ้างอิงหากเอกสารสูญหายระหว่างจัดส่ง

  • ตรวจก่อนว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่

    ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะจบที่ Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง แต่ถ้าไม่ใช่ภาคี ต้องเดินสายรับรองตามลำดับจนถึงสถานทูตของประเทศนั้น ตรวจรายชื่อภาคีล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ HCCH

ข้อควรระวัง / สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ
  • เอกสารมีการเย็บหรือแกะออกหลังรับรอง

    ชุดเอกสารที่ถูกเย็บและประทับตราคาบรอยต่อ ห้ามแกะออกเด็ดขาด การถอดลวดเย็บทำให้การรับรองสิ้นผลและต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

  • รับรองสำเนาที่ไม่ตรงกับต้นฉบับปัจจุบัน

    หากมีการแก้ไขรายการในทะเบียนหลังจากคัดสำเนา เช่น เปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่อยู่ เอกสารที่รับรองไปแล้วจะไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูล ควรคัดใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ

  • เข้าใจว่าทนายไทยคือ Notary Public แบบสากล

    ในประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบคอมมอนลอว์ ผู้ทำหน้าที่คือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ การอธิบายผิดทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร

  • ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการคำแปลภาษาอะไร

    บางประเทศรับเฉพาะคำแปลเป็นภาษาราชการของตน ไม่รับภาษาอังกฤษ การรับรองคำแปลอังกฤษไปก่อนจึงอาจต้องทำซ้ำทั้งกระบวนการ

ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

หัวข้อที่ผู้ใช้ค้นหาบ่อย

หัวข้อที่ค้นหาบ่อยเกี่ยวกับนิติกรณ์และการรับรองเอกสาร

Apostille กับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร
ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ หากไม่ใช่ต้องรับรองสถานทูตเป็นลำดับถัดไป
รับรองเอกสารกรมการกงสุล
งานรับรองนิติกรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
เอกสารบริษัทที่ต้องรับรองก่อนใช้ต่างประเทศ
หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียนควรคัดฉบับล่าสุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง
รับรองเอกสารจากต่างประเทศเพื่อใช้ในไทย
ต้องผ่านการรับรองตามระบบของประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงแปลและรับรองในไทย

หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

บริการที่เกี่ยวข้อง · Related services

งานที่ลูกค้ามักทำต่อจากหน้านี้

เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ

ลิงก์อ้างอิงหน่วยงานภายนอก

ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล