ข้ามไปเนื้อหาหลัก / Skip to main content
N
NYC Visa.
Visa & Translation
การจัดชุดเอกสารก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนรับรองหลายชั้น
เอกสารยื่นต่างประเทศ · ตามปลายทาง · 🇦🇺 ออสเตรเลีย

รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) · ออสเตรเลีย 🇦🇺

บริการ รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) เฉพาะสำหรับยื่นเข้าออสเตรเลีย 🇦🇺 — NYC Visa & Translation มีประสบการณ์ส่งเอกสารให้ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA และเข้าใจ workflow ของสถานทูตออสเตรเลียใน Bangkok ทุก step

ข้อมูลสำคัญ · Entity Panel
หน่วยงานปลายทาง
Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA
Embassy / Consulate
ออสเตรเลียประจำประเทศไทย
ISO
AU
Hague Apostille
Yes
Document language
English (NAATI Certified Translation required)
ประเภทวีซ่าที่รองรับ
7+ classes

การยื่นเอกสารเข้าออสเตรเลียมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากประเทศอื่น — Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA กำหนดให้เอกสารทุกชิ้นต้องผ่านการแปลรับรองในภาษา English (NAATI Certified Translation required) และต้องมี Notary Public + รับรองกระทรวงการต่างประเทศ (MFA) ก่อนยื่นที่สถานทูต สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ในกรุงเทพฯ ประเทศออสเตรเลียเป็นภาคีกรุงเฮก จึงรับเอกสาร Apostille (ในกรณีที่ออกในประเทศที่เป็นภาคี) — แต่เนื่องจากอนุสัญญากรุงเฮกยังไม่มีผลใช้บังคับกับไทยจนถึง 28 ก.พ. 2570 เอกสารไทยยังต้องผ่าน MFA Legalization และสถานทูตปลายทางเสมอ

ทีมงาน NYC Visa มีนักแปล NAATI Certified Translator (CT) 5 ท่านประจำสำนักงาน — เป็นทีม in-house ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับ NAATI Australia — ทีมงาน รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) ของเราดำเนินคดีให้ลูกค้าที่ยื่นเข้าออสเตรเลียกว่า 1,500 เคสในรอบ 3 ปี ผลการพิจารณาเป็นดุลพินิจของสถานทูต/หน่วยงาน (ไม่รับประกันผล) และเข้าใจ red flag ที่ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA ตรวจเข้มงวด เช่น ลำดับเอกสาร, รูปแบบลายเซ็น, การ apostille ซ้อน และ embassy stamp position

ลูกค้าที่ใช้ รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) ของเราสำหรับออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ยื่น (1) Subclass 189, (2) Subclass 190, (2) Subclass 482 — เอกสารที่ใช้บ่อยที่สุดได้แก่ Birth certificate, Marriage certificate, Police clearance (PCC), Academic transcripts, Bank statements เราเตรียมทั้ง pack พร้อม cover letter ภาษาราชการของออสเตรเลียและคำแปลที่ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA ใช้เป็นมาตรฐาน

ขั้นตอนการดำเนินงาน รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับออสเตรเลีย: (1) ลูกค้าส่งภาพเอกสารผ่าน LINE @nycvisa (2) ทีมประเมินและออกใบเสนอราคาภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ พร้อมระบุภาษาแปลที่ต้อง (3) แปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน (NAATI/Notary/Sworn Translator) (4) Notary Public รับรองโดยทนายความ (5) นำไปรับรองที่กรมการกงสุล MFA แจ้งวัฒนะ (6) นำไปประทับตราที่สถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ (7) ส่งคืนถึงบ้านพร้อมใบกำกับภาษีและสำเนาเอกสารสำรองในระบบคลาวด์ลูกค้า

ประเภทวีซ่าที่รองรับ
Subclass 189
Subclass 190
Subclass 482
Subclass 500
Subclass 309/820
Subclass 462 WHV
PR / Citizenship
เอกสารที่ต้องเตรียม
Birth certificate
Marriage certificate
Police clearance (PCC)
Academic transcripts
Bank statements
Employment letter
Statutory declaration
5–10d
เวลามาตรฐาน
12+
ภาษาที่รองรับ
HowTo · ขั้นตอน

วิธีใช้บริการ รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับออสเตรเลีย

  1. 1

    แจ้งประเภทวีซ่า/ใบประกอบวิชาชีพออสเตรเลีย ที่ต้องการยื่น พร้อมส่งภาพเอกสารผ่าน LINE @nycvisa

  2. 2

    ตอบภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ จ.–ส. 09:00–18:00 น.; ยืนยันภาษาแปล (English (NAATI Certified Translation required)) จำนวนชุด และเวลาทำการ

  3. 3

    นักแปลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานของ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA แปลและรับรองตามรูปแบบที่ยอมรับ

  4. 4

    ทนาย Notary รับรอง → กรมการกงสุล MFA → สถานทูตปลายทาง

  5. 5

    ยื่นที่ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย หรือ VFS/TLScontact ตามขั้นตอน — ส่งคืนถึงบ้านพร้อม VAT invoice

FAQ

คำถามที่พบบ่อย · รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับออสเตรเลีย

ออสเตรเลียรับเอกสารแปลภาษาอะไร?

Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA ยอมรับเอกสารแปล English (NAATI Certified Translation required) เป็นภาษาราชการ ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่ NYC Visa มีนักแปลที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามมาตรฐานของหน่วยงาน

ออสเตรเลียเป็นภาคีกรุงเฮก (Apostille) ไหม?

ออสเตรเลียเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก แต่อนุสัญญายังไม่มีผลใช้บังคับกับไทยจนถึง 28 ก.พ. 2570 ดังนั้นเอกสารไทยยังต้องผ่าน MFA Legalization + Embassy Stamp เสมอ ก่อนใช้ที่ออสเตรเลีย

ใช้เวลากี่วัน?

รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับออสเตรเลีย ใช้เวลามาตรฐาน 5–10 วันทำการ (แปล 1–3 วัน + Notary 1 วัน + MFA 2–3 วัน + Embassy 1–3 วัน) สามารถเร่งด่วนได้

ราคา รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับออสเตรเลีย เริ่มต้นเท่าไร?

ค่าบริการประเมินตามเคสจริง (สอบถามเจ้าหน้าที่) ต่อชุดมาตรฐาน ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่ แจ้งจำนวนเอกสารและประเภทวีซ่าเพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ รวมค่ารับรองสถานทูตและค่าจัดส่ง

ลูกค้านอกกรุงเทพยื่นออสเตรเลียได้ไหม?

ได้ครับ เรารับเอกสารทั่วประเทศและส่งคืน ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่ ขั้นตอน MFA + Embassy ทำในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องเดินทาง

ถ้าสถานทูตออสเตรเลียปฏิเสธเอกสาร เราคืนเงินไหม?

ไม่ ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่ NYC ไม่มีนโยบายคืนเงิน และค่าธรรมเนียมรัฐบาลไม่สามารถขอคืนได้ การรับเอกสารเป็นอำนาจของ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA เราเตรียมเอกสารตามมาตรฐานที่หน่วยงานประกาศก่อนยื่น

รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) สำหรับยื่นออสเตรเลีย ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

บริการ รับรองกงสุล MFA & สถานทูต (Legalization) เฉพาะสำหรับยื่นเข้าออสเตรเลีย 🇦🇺 — NYC Visa & Translation มีประสบการณ์ส่งเอกสารให้ Department of Home Affairs (DHA) · NAATI · AHPRA และเข้าใจ workflow ของสถานทูตออสเตรเลียใน Bangkok ทุก step

🇦🇺 ออสเตรเลีย SLA Guarantee
Service Knowledge Base

คลังคำตอบงานนิติกรณ์กรมการกงสุล — คำถามที่ลูกค้าถามจริง

รวมคำตอบเรื่องการรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ทั้งเอกสารทะเบียนราษฎร เอกสารการศึกษา เอกสารบริษัท การรับรองคำแปล และการรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง (35+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)

หลังจาก Apostille มีผลกับไทยแล้ว ขั้นตอนนิติกรณ์แบบเดิมจะหายไปหรือไม่

ไม่หายไปทั้งหมด เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 เอกสารที่หมุนเวียนระหว่างประเทศภาคีจะใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองซ้อนหลายชั้นได้ แต่เอกสารที่ใช้กับประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคียังต้องผ่านการรับรองแบบเดิม คือรับรองต้นทางแล้วรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง นอกจากนี้บางประเทศภาคีอาจยังกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเรื่องคำแปล จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของปลายทางเป็นรายกรณีเสมอ

เอกสารบริษัทเพื่อเปิดกิจการ/ประมูลงานต่างประเทศต้องเตรียมชุดไหน

ปกติเป็นหนังสือรับรองบริษัทฉบับคัดรับรองล่าสุด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือบริคณห์สนธิ และหนังสือมอบอำนาจของกรรมการ ทุกฉบับควรคัดใหม่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด แล้วจึงแปลและยื่นนิติกรณ์พร้อมกันทั้งชุด

ยื่นเองได้ไหม หรือมอบอำนาจได้

ยื่นด้วยตนเองได้ และมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนได้ตามระเบียบของกรมฯ โดยแนบหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ นอกจากนี้ยังมีช่องทางยื่นทางไปรษณีย์ ซึ่งมีเงื่อนไขและระยะเวลาต่างจากการยื่นที่เคาน์เตอร์

รับรองสำเนาถูกต้องแทนต้นฉบับได้ไหม

หลายกรณีต้องใช้ต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารรับรอง เช่น สำเนาทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนรับรอง สำเนาที่ผู้ถือเอกสารรับรองเองมักไม่เพียงพอสำหรับชั้นนิติกรณ์ ควรเผื่อเวลาไปขอสำเนารับรองจากหน่วยงานต้นทางก่อนคิวยื่น

คำแปลต้องทำก่อนหรือหลังนิติกรณ์

ถ้าปลายทางต้องการคำแปลที่ผ่านการรับรอง ให้แปลก่อนแล้วยื่นทั้งต้นฉบับและคำแปลเพื่อรับรองคำแปลในคราวเดียว การนำเอกสารที่ประทับตราแล้วไปแปลภายหลังอาจทำให้ต้องยื่นซ้ำ เพราะตราประทับใหม่ยังไม่ได้รับการรับรอง

งานนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลถูกตีกลับด้วยสาเหตุใดบ่อยที่สุด

สาเหตุที่พบบ่อยคือเอกสารต้นทางไม่ใช่ฉบับที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง เช่น ใช้สำเนาถ่ายเอกสารธรรมดาแทนสำเนาที่มีตราประทับรับรอง รองลงมาคือคำแปลไม่ครบทุกหน้า หรือถอดชื่อเฉพาะไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง และการเรียงลำดับผิด เช่น นำไปยื่นสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์ วิธีป้องกันคือตรวจสามชั้นก่อนยื่น ได้แก่ ต้นฉบับถูกประเภท คำแปลครบและสะกดตรง และลำดับขั้นตอนถูกต้องตามที่ปลายทางกำหนด ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมการกงสุลก่อนวันยื่นทุกครั้ง

ตรวจสอบความถูกต้องของตรานิติกรณ์ได้อย่างไร

หน่วยงานปลายทางมักตรวจสอบจากรูปแบบตรา ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ และเลขที่รับรองที่ปรากฏบนเอกสาร หากปลายทางต้องการยืนยันเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านช่องทางของกรมการกงสุลได้โดยตรง

ใช้เวลานานไหม

กรมการกงสุลมีทั้งบริการปกติและบริการด่วน ซึ่งมีรอบรับเอกสารและอัตราค่าธรรมเนียมต่างกัน จำนวนฉบับที่ยื่นก็มีผลต่อคิว จึงควรตรวจสอบรอบเวลาปัจจุบันจากเว็บไซต์กรมการกงสุลก่อนนัดหมายยื่นวีซ่าหรือส่งเอกสารออกนอกประเทศ
หัวข้อที่ครอบคลุมในหน้านี้
คำค้นหลัก: นิติกรณ์เอกสาร · รับรองเอกสารกรมการกงสุล · รับรองเอกสารกระทรวงการต่างประเทศ · legalization thailand · รับรองเอกสารแจ้งวัฒนะ · รับรองเอกสารด่วน กงสุล · consular legalization bangkok · รับรองคำแปลกรมการกงสุล
ชนิดเอกสารที่ยื่นบ่อย: รับรองสูติบัตร · รับรองทะเบียนบ้าน · รับรองทะเบียนสมรส · รับรองใบหย่า · รับรองหนังสือรับรองโสด · รับรองใบเปลี่ยนชื่อ · รับรองทรานสคริปต์ · รับรองปริญญาบัตร · รับรองหนังสือรับรองบริษัท · รับรองใบรับรองแพทย์ · รับรองหนังสือมอบอำนาจ · รับรองใบตรวจประวัติอาชญากรรม
ปลายทาง / สถานทูต: รับรองเอกสารสถานทูตจีน · รับรองเอกสารสถานทูตญี่ปุ่น · รับรองเอกสารสถานทูตซาอุดีอาระเบีย · รับรองเอกสารสถานทูตยูเออี · รับรองเอกสารสถานทูตเวียดนาม · รับรองเอกสารสถานทูตเกาหลี · embassy attestation bangkok · double legalization
แหล่งอ้างอิงราชการ

ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

การจัดชุดเอกสารก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนรับรองหลายชั้น
การจัดชุดเอกสารก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนรับรองหลายชั้น — ภาพประกอบบริการ โปรดสอบถามรายละเอียดตามเอกสารและหน่วยงานปลายทาง
Service Playbook

รับรองนิติกรณ์ กรมการกงสุล — เอกสารและลำดับขั้น

เอกสารราชการไทยที่จะใช้กับหน่วยงานต่างประเทศต้องผ่านกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ก่อนเสมอ ไม่ว่าปลายทางจะจบด้วย Apostille หรือการรับรองที่สถานทูตปลายทาง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • • ต้นฉบับหรือฉบับคัดรับรองใหม่จากอำเภอ/เขต หรือหน่วยงานผู้ออก
  • • คำแปลที่จัดทำตามระบบที่ปลายทางยอมรับ
  • • บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของผู้ยื่น
  • • ใบมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบ หากยื่นแทน
  • • แบบคำร้องนิติกรณ์ที่กรอกครบถ้วน
  • • ข้อมูลประเทศปลายทางและหน่วยงานผู้รับ

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. คัดเอกสารใหม่ — ขอฉบับคัดรับรองจากหน่วยงานผู้ออกให้เป็นฉบับล่าสุด
  2. 2. จัดทำคำแปล — แปลตามระบบที่ปลายทางยอมรับ พร้อมตรวจการสะกดชื่อกับพาสปอร์ต
  3. 3. ยื่นกรมการกงสุล — ยื่นคำร้องนิติกรณ์เพื่อรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจและคำแปล
  4. 4. รับเอกสารและตรวจสอบ — ตรวจตราประทับ วันที่ และการเย็บเล่มก่อนนำไปขั้นถัดไป
  5. 5. ขั้นปลายทาง — ตรวจกับกรมการกงสุลว่าเอกสารประเภทนี้อยู่ในขอบเขต Apostille หรือยังต้องรับรองที่สถานทูตปลายทาง

ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ

  • • ยื่นด้วยสำเนาถ่ายเอกสารมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นรับเรื่อง
  • • คำแปลที่จัดทำนอกระบบที่กงสุลรับรอง จะไม่ผ่านขั้นนี้
  • • อย่าลืมว่าการรับรองต้นฉบับไม่ได้แปลว่าคำแปลได้รับการรับรองไปด้วย
  • • ช่วงก่อนเปิดเทอมและฤดูยื่นวีซ่า คิวยาวกว่าปกติ ควรเผื่อเวลา

คำแนะนำจากทีมงาน

  • • รวบเอกสารทั้งชุดยื่นครั้งเดียวจะประหยัดรอบเดินทางมากที่สุด
  • • ถ่ายรูปทุกหน้าไว้ก่อนยื่น เผื่อกรณีต้องอ้างอิงระหว่างรอ
  • • แจ้งชื่อหน่วยงานปลายทางให้ชัด เพื่อเลือกรูปแบบรับรองให้ถูกตั้งแต่แรก

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Route Comparison

เปรียบเทียบเส้นทางรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ต่างประเทศ

เอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศมีเส้นทางรับรองมากกว่าหนึ่งแบบ เลือกผิดเส้นทางคือเสียเวลาและต้องเริ่มใหม่ ตารางนี้เทียบให้เห็นว่าเคสแบบไหนควรใช้ทางใด

เส้นทางใช้เมื่อไหร่หน่วยงานที่รับรองระยะเวลาโดยประมาณความเสี่ยงถูกตีกลับ
นิติกรณ์กงสุล + รับรองสถานทูตปลายทาง (เส้นทางมาตรฐานปัจจุบัน)ใช้กับเกือบทุกประเทศปลายทางในเวลานี้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แล้วต่อที่สถานทูต/สถานกงสุลปลายทางในไทยผันแปร โดยทั่วไปหลักวันถึงหลายสัปดาห์ ขึ้นกับคิวของสถานทูตแต่ละแห่งถูกตีกลับบ่อยจากคำแปลไม่ตรงแบบ ชื่อสะกดไม่ตรงหนังสือเดินทาง หรือใช้สำเนาที่ไม่ใช่ฉบับคัดรับรองล่าสุด
อโพสทีล (Hague Apostille 1961)สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญา — สำหรับเอกสารไทย ยังใช้ไม่ได้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ในฐานะ Competent Authority ตามอนุสัญญา)ผันแปรตามประกาศของหน่วยงานเมื่อเริ่มให้บริการเข้าใจผิดว่าใช้ได้กับทุกประเทศ ทั้งที่ใช้ได้เฉพาะประเทศภาคี และบางประเทศยังขอคำแปลเพิ่ม
รับรองโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ (เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย)ปลายทางระบุชัดว่าต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับรองในประเทศนั้นหน่วยงานรับรองวิชาชีพของประเทศปลายทาง เช่น NAATI (ออสเตรเลีย)ผันแปร โดยทั่วไปสั้นกว่าเส้นทางที่ต้องผ่านสถานทูตใช้แทนนิติกรณ์ไม่ได้ทุกกรณี บางหน่วยงานปลายทางขอทั้งคำแปลรับรองและการรับรองต้นฉบับ

ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน

Advisory Service

เราไม่ได้รับทำเอกสารอย่างเดียว — เราเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเคส

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ

ประเมินเส้นทางเอกสาร

ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ

ตรวจก่อนยื่น

ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน

วางไทม์ไลน์

เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า

แก้เคสที่ถูกตีกลับ

อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Practical Q&A

คำถามเชิงปฏิบัติ · ใกล้ฉัน / ทำเองได้ไหม / ใช้เอกสารอะไร

รับรองเอกสารกรมการกงสุลใกล้ฉันได้ที่ไหน

การรับรองนิติกรณ์เป็นอำนาจของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่บริษัท ควรตรวจสถานที่รับยื่นและการนัดหมายจากประกาศของกรมฯ ก่อนเดินทาง สำนักงานของเราอยู่ลาดพร้าว 95 กรุงเทพฯ แห่งเดียว ส่งสแกนเอกสารทาง LINE @nycvisa เพื่อตรวจลำดับการรับรองและเงื่อนไขการมอบอำนาจก่อนตกลงส่งต้นฉบับ

ไปยื่นเองได้ไหม หรือจำเป็นต้องใช้ตัวแทน

ยื่นเองได้ กรมการกงสุลเปิดให้ประชาชนยื่นด้วยตนเองและมีระบบนัดหมายออนไลน์ ข้อควรรู้คือเอกสารต้องแปลถูกรูปแบบและผ่านลำดับขั้นให้ถูกก่อน (เช่น เอกสารราชการต้องเป็นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานผู้ออก แล้วจึงแปลและรับรอง) หากยื่นผิดลำดับจะถูกตีกลับ การใช้ตัวแทนช่วยลดรอบการเดินทางและตรวจรูปแบบก่อนยื่น

ต้องใช้เอกสารอะไรในการยื่นรับรองนิติกรณ์

โดยทั่วไป: ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการผู้มีอำนาจ, คำแปลที่ถูกต้องครบถ้วน, สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร และหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้รับมอบหากให้ผู้อื่นยื่นแทน กรณีเอกสารต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานทูตที่เกี่ยวข้องก่อน
คำแนะนำและข้อควรระวัง

รับรองเอกสาร / Apostille: คำแนะนำและข้อควรระวัง

คำแนะนำก่อนใช้บริการ
  • ตรวจก่อนว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่

    ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะจบที่ Apostille โดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง แต่ถ้าไม่ใช่ภาคี ต้องเดินสายรับรองตามลำดับจนถึงสถานทูตของประเทศนั้น ตรวจรายชื่อภาคีล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ HCCH

  • แยกให้ออกระหว่างเอกสารราชการกับเอกสารเอกชน

    เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส เข้ากระบวนการรับรองได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ สัญญา ต้องผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ก่อน

  • เตรียมคำแปลตามรูปแบบที่หน่วยงานรับรองใช้จริง

    กรมการกงสุลรับรองคำแปลตามรูปแบบที่กำหนด การส่งคำแปลที่จัดหน้าเองโดยไม่ตรงรูปแบบมักถูกให้แก้ไข ทำให้เสียรอบคิว ควรให้ผู้ให้บริการจัดรูปแบบให้ตั้งแต่ต้น

  • เผื่อเวลาสำหรับคิวของแต่ละขั้น

    ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับคิวของกรมการกงสุลและของสถานทูตปลายทางในแต่ละช่วง ควรวางแผนล่วงหน้าและอย่าอิงกับกำหนดเดินทางที่กระชั้น ทีมงานแจ้งช่วงเวลาที่ใช้จริงเป็นรายเคสได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อควรระวัง / สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ
  • ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการคำแปลภาษาอะไร

    บางประเทศรับเฉพาะคำแปลเป็นภาษาราชการของตน ไม่รับภาษาอังกฤษ การรับรองคำแปลอังกฤษไปก่อนจึงอาจต้องทำซ้ำทั้งกระบวนการ

  • เข้าใจว่าทนายไทยคือ Notary Public แบบสากล

    ในประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public ตามระบบคอมมอนลอว์ ผู้ทำหน้าที่คือทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ การอธิบายผิดทำให้ปลายทางปฏิเสธเอกสาร

  • เดินสองเส้นทางปนกัน

    การขอทั้ง Apostille และตราสถานทูตพร้อมกันโดยไม่จำเป็น ทำให้เสียเวลาและบางกรณีปลายทางตั้งข้อสงสัย ควรเลือกเส้นทางเดียวตามสถานะภาคีของประเทศปลายทาง

  • รับรองสำเนาที่ไม่ตรงกับต้นฉบับปัจจุบัน

    หากมีการแก้ไขรายการในทะเบียนหลังจากคัดสำเนา เช่น เปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่อยู่ เอกสารที่รับรองไปแล้วจะไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูล ควรคัดใหม่ก่อนเข้ากระบวนการ

ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

หัวข้อที่ผู้ใช้ค้นหาบ่อย

หัวข้อที่ค้นหาบ่อยเกี่ยวกับนิติกรณ์และการรับรองเอกสาร

Apostille กับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร
ขึ้นกับว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ หากไม่ใช่ต้องรับรองสถานทูตเป็นลำดับถัดไป
เอกสารบริษัทที่ต้องรับรองก่อนใช้ต่างประเทศ
หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียนควรคัดฉบับล่าสุดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแปลและรับรอง
ลำดับขั้นตอนรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ
ตามแนวปฏิบัติทั่วไปคือ ต้นฉบับ → คำแปล → นิติกรณ์ → รับรองสถานทูตปลายทาง (ถ้าจำเป็น)
รับรองเอกสารกรมการกงสุล
งานรับรองนิติกรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

บริการที่เกี่ยวข้อง · Related services

งานที่ลูกค้ามักทำต่อจากหน้านี้

เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ

ลิงก์อ้างอิงหน่วยงานภายนอก

ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แนะนำบริการรับรองเอกสาร: เกณฑ์เลือกที่ควรใช้

การรับรองเอกสารเป็นงานที่ลำดับขั้นสำคัญกว่าความเร็ว เอกสารส่วนใหญ่ต้องผ่านการแปลและรับรองคำแปล แล้วจึงรับรองที่กรมการกงสุล และบางปลายทางต้องรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นต่ออีกชั้น ถ้าข้ามขั้นใดขั้นหนึ่งจะถูกตีกลับทั้งชุด ผู้ให้บริการที่ควรเลือกคือผู้ที่ระบุลำดับขั้นของงานคุณได้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่ม

เกณฑ์เลือกผู้ให้บริการ

  • ระบุลำดับขั้นทั้งเส้นทางได้ก่อนเริ่มงาน — แต่ละประเทศปลายทางมีจำนวนชั้นการรับรองไม่เท่ากัน
  • รู้ว่าปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือไม่ — ประเทศภาคีใช้ Apostille ชั้นเดียว ส่วนประเทศนอกภาคีต้องรับรองสถานทูตต่อ
  • ตรวจอายุเอกสารต้นฉบับ — หลายหน่วยงานปลายทางกำหนดว่าเอกสารต้องออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด
  • มีระบบรับ-คืนเอกสารตัวจริงที่ตรวจสอบได้ — งานรับรองต้องใช้ต้นฉบับ ไม่ใช่สำเนา
  • แจ้งกรอบเวลาจริง แยกจากวันหยุดของสถานทูต — สถานทูตแต่ละแห่งมีวันหยุดของตนเองที่กระทบกำหนดส่งงาน

คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

  1. ถ้าหน่วยงานปลายทางตีกลับหรือขอแก้ไข มีการแก้ไขให้หรือไม่ และในเงื่อนไขใด
  2. ติดตามสถานะงานได้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบเอกสารตัวจริง
  3. เอกสารของผมต้องผ่านกี่ชั้น และปลายทางเป็นภาคี Apostille หรือไม่
  4. งานนี้ต้องผ่านหน่วยงานใดบ้าง และผู้ให้บริการทำครบทุกขั้นหรือส่งต่อ
  5. กรอบเวลาทำการจริงเท่าไร นับจากวันที่ได้รับเอกสารครบ

ทางเลือกที่มี และเหมาะกับใคร

ทางเลือกเหมาะกับข้อควรรู้
เดินเรื่องเองผู้ที่อยู่ในพื้นที่ มีเวลา และเอกสารไม่ซับซ้อนต้องจองคิว เดินหลายหน่วยงาน และรับความเสี่ยงเรื่องรูปแบบคำแปลเอง
ใช้บริการเฉพาะขั้นตอนกงสุลผู้ที่มีคำแปลรับรองพร้อมแล้วถ้ารูปแบบคำแปลไม่ผ่าน จะต้องย้อนกลับไปเริ่มที่ขั้นแปลใหม่
ใช้บริการครบสายถึงสถานทูตปลายทางเอกสารที่ต้องรับรองหลายชั้น หรือมีกำหนดยื่นแน่นอนควรขอไทม์ไลน์รายขั้นเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการเลือกผู้ให้บริการ

แนะนำรับรองเอกสารที่ไหนดี
เลือกผู้ให้บริการที่ระบุลำดับขั้นของเอกสารคุณได้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน ว่าต้องแปล รับรองคำแปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทางกี่ชั้น เพราะการข้ามขั้นทำให้ถูกตีกลับทั้งชุดและเสียเวลามากกว่าค่าบริการที่ประหยัดได้
Apostille กับรับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร
Apostille ใช้ได้กับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก โดยรับรองชั้นเดียวแล้วใช้ได้ที่ปลายทาง ส่วนประเทศนอกภาคียังต้องนำเอกสารไปรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นในไทยอีกชั้นหนึ่ง

แหล่งอ้างอิงทางการ · Authoritative Sources

  1. สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย — Official Australia authority in Bangkok
  2. MFA Department of Consular Affairs — Thai document legalization authority
  3. Department of Consular Affairs, Ministry of Foreign Affairs, Thailand — Service-specific authority