
วีซ่าจีน 🇨🇳
เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าจีนให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น

เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าจีนให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น
วีซ่าจีนยื่นผ่านศูนย์รับคำร้อง CVASC กรุงเทพฯ ตามประกาศสถานทูตจีน ผู้ขอวีซ่าระยะสั้นได้รับยกเว้นการเก็บลายนิ้วมือ ทีม NYC เตรียมเอกสารครบทั้ง L (ท่องเที่ยว), M (ธุรกิจ), X (นักเรียน), Z (ทำงาน) ผลการพิจารณาเป็นดุลยพินิจของสถานทูต

เปรียบเทียบหน้าที่ในการเตรียมเอกสารและติดตามคำขอวีซ่าจีน โดยผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงาน
| ประเด็น | ยื่นเอง (DIY) | ให้ NYC ดำเนินการ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| การตรวจแฟ้มก่อนยื่น | ตรวจเอกสารตามรายการของหน่วยงานที่รับคำขอ | ช่วยทบทวนความครบถ้วนตามข้อกำหนดก่อนยื่น — ผลขึ้นกับดุลพินิจหน่วยงาน | สูง |
| Cover Letter เฉพาะเคส | เขียนคำชี้แจงจากข้อเท็จจริงและแผนเดินทางของตนเอง | ช่วยเรียบเรียงคำชี้แจงจากข้อมูลและจุดประสงค์เดินทางจีนของผู้สมัคร | สูง |
| Checklist เอกสาร | ตรวจรายการ รูปแบบ และลำดับเอกสารกับช่องทางทางการ | ช่วยจัดรายการตามกรณี และตรวจว่าต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง | กลาง |
| การจองคิว/นัดยื่น | ตรวจช่องทางจองและวันที่ว่างจากระบบทางการ | ช่วยตรวจช่องทางนัดหมายและเตรียมเอกสารตามวันที่เลือก ไม่รับประกันคิวพิเศษ | กลาง |
| การติดตามผล | ตรวจสถานะคำขอผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด | ช่วยอธิบายสถานะและแจ้งเมื่อมีเอกสารหรือการดำเนินการเพิ่มเติม | |
| เคสถูกปฏิเสธ | อ่านเหตุผลปฏิเสธและตรวจทางเลือกกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ | ช่วยทบทวนเหตุผลและเอกสารเดิมก่อนพิจารณายื่นใหม่ ไม่รับประกันผล | สูง |
เราดำเนินการตั้งแต่ปี 2015 รวมประสบการณ์ทีมงานกว่า 30 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วเคสจริงหลากหลายประเภทจาก 60+ ประเทศ
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และให้บริการประเมินเอกสารทางออนไลน์สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด
ค่าบริการของเราเป็นค่าดำเนินการเท่านั้น ค่าธรรมเนียมวีซ่าและสถานทูตเป็นค่าใช้จ่ายแยก แสดงโปร่งใสในใบเสนอราคา
ได้ครับ เริ่มจากส่งสำเนาเอกสารให้ประเมินทางออนไลน์ก่อน จากนั้นทีมจะแจ้งว่าขั้นตอนไหนทำทางไกลได้และขั้นตอนไหนผู้สมัครต้องไปด้วยตนเอง
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลวีซ่าได้ เพราะอำนาจอนุมัติอยู่ที่สถานทูตเท่านั้น สิ่งที่ผู้ให้บริการที่ดีทำได้คือทำให้ชุดเอกสารสอดคล้องกันและครบตามที่สถานทูตนั้นกำหนด เกณฑ์เลือกจึงควรดูที่ความเข้าใจเงื่อนไขของสถานทูตปลายทาง ความตรงไปตรงมาเรื่องความเสี่ยง และการไม่แนะนำให้สร้างเอกสารที่ไม่จริง
| ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ยื่นเอง | ผู้มีประวัติเดินทางชัดเจน เอกสารการเงินและงานมั่นคง | ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสถานทูตด้วยตนเอง |
| ใช้บริการเฉพาะจัดเตรียมเอกสาร | ผู้ที่ยื่นเองได้แต่ไม่มั่นใจความครบถ้วน | การสัมภาษณ์และการตอบคำถามยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น |
| ใช้บริการดูแลทั้งกระบวนการ | กรณีซับซ้อน เคยถูกปฏิเสธ หรือมีกำหนดเดินทางแน่นอน | ผลอนุมัติยังขึ้นกับดุลพินิจของสถานทูตเสมอ |
แจ้งประเทศ จุดประสงค์ และกำหนดเดินทาง เพื่อสอบถามขอบเขตงานและใบเสนอราคา ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 09:00–18:00 น.
สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ที่เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า วีซ่าประเภท M (Business Visa) จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม โดยมีระยะเวลาพำนักและค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับวีซ่าท่องเที่ยว (30-180 วัน, ค่าธรรมเนียมสถานทูต 750 บาทสำหรับวีซ่าครั้งเดียวตามอัตราลดพิเศษถึง 31 ธ.ค. 2026 บวกค่าบริการศูนย์ CVASC) ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่เอกสารประกอบการพิจารณา ซึ่งจะต้องมีการยื่นจดหมายเชิญ (Invitation Letter) จากหน่วยงานหรือบริษัทในประเทศจีนที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลจีนที่ได้รับการรับรอง (เช่น CCPIT) หรือจากธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ จดหมายฉบับนี้ควรระบุรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เชิญกับผู้ถูกเชิญ และระยะเวลาที่คาดว่าจะพำนักในประเทศจีน นอกจากนี้ ผู้ยื่นขอวีซ่าอาจต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับธุรกิจของตนเองในประเทศไทย เช่น หนังสือรับรองบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือเอกสารการจดทะเบียนอื่นๆ เพื่อยืนยันสถานะทางธุรกิจ การเตรียมเอกสารเหล่านี้อย่างรอบคอบจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวีซ่าประเภท M ได้อย่างมีนัยสำคัญ ศูนย์บริการวีซ่าจีนในกรุงเทพฯ มีกระบวนการตรวจสอบเอกสารที่เข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องตามกฎระเบียบของจีน
วีซ่าประเภท F (Non-Commercial Exchange Visa) เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปประเทศจีนเพื่อการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัย การสอน การฝึกอบรม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือธุรกิจโดยตรง โดยทั่วไปมีเงื่อนไขคล้ายคลึงกับวีซ่าประเภท M และ L ในด้านระยะเวลาพำนักและค่าธรรมเนียม (30-180 วัน, ค่าธรรมเนียมสถานทูต 750 บาทสำหรับวีซ่าครั้งเดียวตามอัตราลดพิเศษถึง 31 ธ.ค. 2026 บวกค่าบริการศูนย์ CVASC) อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ผู้ยื่นขอจะต้องมีจดหมายเชิญจากสถาบันการศึกษา องค์กรวิจัย หรือหน่วยงานรัฐบาลจีนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจดหมายฉบับนี้ควรระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะดำเนินการ ความร่วมมือทางวิชาการ หรือโครงการแลกเปลี่ยนที่ชัดเจน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าร่วม นอกจากนี้ อาจต้องแสดงหลักฐานความเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำการวิจัยจากสถาบันในประเทศไทยด้วย การเตรียมเอกสารที่แสดงถึงความเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ในประเทศจีนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับวีซ่าประเภทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเดินทางไปยังเมืองที่มีสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น ปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้
ตลาดการศึกษาในประเทศจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และวีซ่าประเภท X1 (สำหรับผู้ที่พำนักระยะยาวเกิน 180 วัน) และ X2 (สำหรับผู้พำนักระยะสั้นไม่เกิน 180 วัน) ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับนักเรียนต่างชาติทุกคน โดยค่าธรรมเนียมสถานทูตสำหรับวีซ่าครั้งเดียวอยู่ที่ 750 บาท (อัตราลดพิเศษถึง 31 ธ.ค. 2026) บวกค่าบริการศูนย์ CVASC การขอวีซ่าประเภทนี้ต้องใช้เอกสารหลักเพิ่มเติมคือ 'ใบตอบรับเข้าศึกษา' (Admission Notice) จากสถาบันการศึกษาในประเทศจีน และ 'แบบฟอร์มใบอนุญาตเข้าเมืองเพื่อการศึกษา' (JW201 หรือ JW202) ซึ่งออกโดยมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่รับเข้าศึกษา ผู้ยื่นขอวีซ่า X1 จะต้องแสดงหลักฐานยืนยันการจองที่พักในจีน หรือแผนการเดินทางเพื่อไปจัดการเรื่องที่พักหลังเดินทางถึงประเทศจีนด้วย ส่วนวีซ่า X2 จะมีข้อกำหนดที่ยืดหยุ่นกว่าเล็กน้อยในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม สถาบันการศึกษาในประเทศจีนอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเฉพาะสำหรับนักเรียนของตนเอง โดยเฉพาะนักเรียนที่เดินทางไปยังเมืองใหญ่ เช่น เฉิงตู หรือซีอาน ซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
สำหรับชาวไทยที่ต้องการทำงานในประเทศจีน วีซ่าประเภท Z (Working Visa) เป็นขั้นตอนแรกที่จำเป็น วีซ่าประเภทนี้โดยปกติจะมีอายุ 30 วัน ซึ่งผู้ได้รับวีซ่าจะต้องเดินทางเข้าประเทศจีนและดำเนินการแปลงเป็นใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และใบอนุญาตพำนัก (Residence Permit) ภายในระยะเวลาที่กำหนด การขอวีซ่า Z ต้องอาศัย 'หนังสืออนุญาตการทำงานสำหรับชาวต่างชาติ' (Work Permit Notification) ที่ออกโดยหน่วยงานด้านทรัพยากรบุคคลและประกันสังคมของจีน หรือใบอนุญาตการทำงานที่ออกให้กับชาวต่างชาติโดยตรง นอกจากนี้ ยังต้องแสดงหลักฐานการจองที่พักในจีน หรือเอกสารยืนยันที่อยู่ของผู้จ้างงาน การได้รับการอนุมัติวีซ่า Z เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นประตูสู่การทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศจีน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตในเมืองต่างๆ เช่น กวางโจว หรือเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
ศูนย์บริการวีซ่าจีน (CVASC) ในกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่อาคารสาธรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 17 ถนนสาทรใต้ ซึ่งเป็นจุดให้บริการหลักสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าจีนทุกประเภท กระบวนการยื่นคำร้อง ณ CVASC จะเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ ตามด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Biometrics) สำหรับผู้ขอยกเว้นบางประเภท (เช่น ผู้ที่มีประวัติการยื่นวีซ่าจีนมาก่อน) ระยะเวลาดำเนินการปกติอยู่ที่ 4 วันทำการ แต่มีตัวเลือกแบบเร่งด่วน (Express) 3 วันทำการ และด่วนพิเศษ (Rush) 2 วันทำการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การอนุมัติวีซ่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่กงสุลจีน โดย CVASC ทำหน้าที่เป็นเพียงศูนย์กลางในการรับและส่งเอกสารเท่านั้น การเตรียมเอกสารที่ถูกต้องสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความล่าช้าหรือความจำเป็นในการยื่นขออุทธรณ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือมีข้อผิดพลาด
การแสดงหลักฐานทางการเงินเป็นประเด็นสำคัญในการยื่นขอวีซ่าจีน โดยทั่วไป ผู้ยื่นขอต้องแสดงรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่มีเงินหมุนเวียนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางในประเทศจีน นอกจากนี้ การมีเงินคงเหลือในบัญชี (Account Balance) ที่แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินก็มีความสำคัญเช่นกัน ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวกำหนดไว้ แต่โดยทั่วไปแนะนำให้มียอดเงินเฉลี่ยรายเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน และยอดเงินคงเหลือสุดท้ายที่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ การนำเสนอเอกสารทางการเงินที่น่าเชื่อถือและสอดคล้องกับแผนการเดินทาง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่พิจารณาวีซ่าได้ สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ อาจต้องใช้เอกสารสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจ หรือการแสดงแหล่งรายได้อื่นๆ เพื่อยืนยันความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
การเดินทางกับผู้เยาว์ (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี) ไปประเทศจีน จำเป็นต้องมีเอกสารเพิ่มเติมที่แสดงถึงความสัมพันธ์ทางกฎหมายและอำนาจปกครอง เช่น สูติบัตร (ฉบับจริงและสำเนา) ที่ระบุชื่อผู้ปกครอง และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางออกนอกประเทศ (Consent Letter) หากเด็กเดินทางกับผู้ปกครองเพียงคนเดียว หรือไม่ได้เดินทางกับผู้ปกครองเลย หนังสือยินยอมนี้ควรมีลายเซ็นของผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย (หากมี) และอาจต้องมีการรับรองลายมือชื่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขต หรือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ ผู้เยาว์อาจต้องแสดงหลักฐานการศึกษา เช่น บัตรประจำตัวนักเรียน หรือหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา เพื่อยืนยันสถานะการเป็นนักเรียน การเตรียมเอกสารเหล่านี้อย่างครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าสำหรับผู้เยาว์เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างปักกิ่ง หรือเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
การเดินทางไปประเทศจีนด้วยวีซ่าท่องเที่ยว (L Visa) ในปี 2024 และช่วงปี 2025-2026 มีแนวโน้มที่จะคงรูปแบบเดิมไว้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกสารยืนยันแผนการเดินทางที่ชัดเจน เช่น ใบจองโรงแรมที่พักตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศจีน และตั๋วเครื่องบินไป-กลับที่ระบุวันเดินทางชัดเจน สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว (เช่น 90-180 วัน) อาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความผูกพันกับประเทศไทย หรือเหตุผลในการพำนักระยะยาวนั้นๆ ในปี 2023 ได้มีรายงานการผ่อนคลายกฎระเบียบการเข้าเมืองบางประการสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในบางเมือง เช่น เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสะดวกในการเดินทางและการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นขอวีซ่าควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตจีนหรือ CVASC อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากนโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ การเดินทางไปยังเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง อาจมีข้อกำหนดหรือคำแนะนำพิเศษที่แตกต่างจากเมืองรอง
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงปี 2020-2022 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกระบวนการยื่นวีซ่าและการเดินทางเข้าประเทศจีน นโยบายในปี 2024 และปีต่อๆ ไป (2025-2026) จึงมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ มีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงระบบการยื่นขอวีซ่าให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยอาจรวมถึงการยกระดับระบบการยื่นเอกสารออนไลน์ หรือการลดขั้นตอนบางประการ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการยื่นคำร้องส่วนใหญ่ยังคงต้องดำเนินการผ่านศูนย์บริการวีซ่า (CVASC) และการสแกนลายนิ้วมือมีความจำเป็นสำหรับผู้ยื่นส่วนใหญ่ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามประกาศล่าสุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรือการถูกปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ เช่น กวางโจว หรือเมืองที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์อย่างซีอาน
การทำความเข้าใจข้อกำหนดเรื่องการเงินสำหรับการขอวีซ่าจีนถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไป สถานทูตจีนจะพิจารณาจากความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ผู้ยื่นควรแสดงรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่มียอดเงินคงเหลือเพียงพอสำหรับค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศจีน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ แนะนำให้มียอดเงินคงเหลืออย่างน้อย 4-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายวันโดยประมาณ หรือคิดเป็นจำนวนเงินขั้นต่ำที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามแผนการเดินทาง เช่น 50,000 - 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความหรูหราของทริป การมีเงินหมุนเวียนในบัญชีอย่างสม่ำเสมอในช่วง 3-6 เดือนล่าสุด จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับหลักฐานทางการเงินได้ หากผู้ยื่นมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย (Sponsor) จะต้องแนบเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ เช่น หนังสือรับรองจากผู้สนับสนุน บัญชีธนาคารของผู้สนับสนุน และจดหมายชี้แจงการให้การสนับสนุน
สำหรับผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียน (X1/X2) การเตรียมเอกสารภายหลังการได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาในประเทศจีนเป็นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญ นอกเหนือจาก Admission Notice และแบบฟอร์ม JW201/JW202 ผู้ยื่นอาจต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามข้อกำหนดของประเทศจีน หรือใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีโรคติดต่อที่เป็นอันตรายต่อสาธารณะ สถาบันการศึกษาบางแห่งอาจกำหนดให้ผู้สมัครเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดก่อนเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่เดินทางไปศึกษาในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง การตรวจสอบข้อกำหนดด้านสุขภาพและวัคซีนกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรง และกับศูนย์บริการวีซ่าจีน จะช่วยให้กระบวนการยื่นวีซ่าเป็นไปอย่างราบรื่น และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเดินทางถึงประเทศจีน
การเดินทางไปยังประเทศจีนสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาวเพื่อทำงาน (Z Visa) หรือศึกษา (X1 Visa) มักจะต้องมีการดำเนินการตรวจสุขภาพ (Medical Examination) ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องทำที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตจีน หรือตามรายชื่อที่ระบุไว้ในประกาศของศูนย์บริการวีซ่าจีน การตรวจสุขภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาพร่างกายและสุขภาพของผู้ยื่นขอวีซ่า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณชนในประเทศจีน ผลการตรวจสุขภาพที่ออกมาเป็นปกติ จะเป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณาสิทธิ์ในการพำนักระยะยาวในประเทศจีน การดำเนินการตรวจสุขภาพนี้ควรทำหลังจากได้รับเอกสารยืนยันการจ้างงาน หรือใบตอบรับเข้าศึกษาแล้ว และควรตรวจสอบว่าเอกสารผลการตรวจสุขภาพมีอายุการใช้งานตามที่สถานทูตจีนกำหนดไว้หรือไม่ โดยทั่วไปจะมีอายุประมาณ 6 เดือน
การสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าจีนนั้น โดยทั่วไปจะไม่ได้บังคับสำหรับวีซ่าทุกประเภท ยกเว้นในกรณีที่เจ้าหน้าที่กงสุลต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือมีความสงสัยเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การเดินทาง หรือข้อมูลที่ระบุในเอกสาร หากมีการเรียกสัมภาษณ์ ผู้ยื่นขอควรเตรียมพร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการเดินทาง วัตถุประสงค์ของการเดินทาง ความเชื่อมโยงกับประเทศไทย และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ โดยตอบคำถามตามความจริงและสอดคล้องกับเอกสารที่ยื่นไป การสัมภาษณ์มักจะเกิดขึ้นที่ศูนย์บริการวีซ่าจีน (CVASC) หรือบางครั้งอาจเป็นการนัดหมายที่สถานทูตจีนโดยตรง การเตรียมตัวที่ดีและการตอบคำถามอย่างมั่นใจ จะช่วยให้กระบวนการนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แม้ว่าการสัมภาษณ์จะไม่ใช่ส่วนบังคับสำหรับวีซ่าส่วนใหญ่ แต่การเตรียมพร้อมเสมอถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
มีจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องแสดงในบัญชีสำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวจีนหรือไม่?
ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวกำหนดไว้สำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน แต่โดยทั่วไป ผู้ยื่นควรแสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดการเดินทาง ซึ่งรวมถึงค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร ค่าเดินทางในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว แนะนำให้มียอดเงินคงเหลือในบัญชีอย่างน้อย 50,000 - 100,000 บาท หรือประมาณ 4-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายวันโดยประมาณ นอกจากนี้ การแสดงรายการเดินบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอในช่วง 3-6 เดือนล่าสุด จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับผู้ยื่น
การขอวีซ่าจีนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีเอกสารพิเศษอะไรบ้าง?
การขอวีซ่าจีนสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางกฎหมายและอำนาจปกครอง ได้แก่ สูติบัตร (ฉบับจริงและสำเนา) ที่ระบุชื่อผู้ปกครอง และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางออกนอกประเทศ (Consent Letter) ซึ่งอาจต้องมีลายเซ็นของผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย (หากมี) และอาจต้องมีการรับรองลายมือชื่อจากหน่วยงานราชการในประเทศไทย นอกจากนี้ บัตรประจำตัวนักเรียน หรือหนังสือรับรองจากโรงเรียนก็เป็นเอกสารที่ควรเตรียมไปด้วย
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ (Freelancer) ควรแสดงเอกสารการเงินอย่างไร?
ผู้ประกอบอาชีพอิสระควรเตรียมเอกสารที่แสดงถึงแหล่งที่มาของรายได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ใบรับรองการจดทะเบียนธุรกิจ (ถ้ามี) ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการรับชำระเงินจากลูกค้า/โครงการย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน การแสดงรายการเดินบัญชีส่วนตัวที่มียอดเงินเพียงพอและสอดคล้องกับรายได้ที่แจ้งไว้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากการเดินทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจ อาจแนบเอกสารสนับสนุน เช่น ใบสั่งซื้อ (PO) หรือสัญญา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางธุรกิจ
วีซ่าจีนประเภทเร่งด่วน (Express/Rush) มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเท่าไหร่ และใช้เวลานานเท่าใด?
ศูนย์บริการวีซ่าจีน (CVASC) ในกรุงเทพฯ มีบริการวีซ่าแบบเร่งด่วน โดยปกติแล้ว วีซ่าประเภท Express จะใช้เวลาดำเนินการ 3 วันทำการ และวีซ่าประเภท Rush จะใช้เวลา 2 วันทำการ ทั้งสองประเภทนี้จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากค่าบริการปกติ ซึ่งอัตราค่าบริการเร่งด่วนจะแตกต่างกันไป ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่แน่นอน ณ วันที่ยื่นขออีกครั้ง บริการเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเร่งด่วน แต่ต้องมั่นใจว่าเอกสารทั้งหมดเตรียมพร้อมอย่างสมบูรณ์
การสแกนลายนิ้วมือ (Biometrics) สำหรับวีซ่าจีน ถือเป็นขั้นตอนบังคับสำหรับทุกคนหรือไม่?
โดยทั่วไป การสแกนลายนิ้วมือเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าจีนส่วนใหญ่ที่ศูนย์บริการวีซ่า (CVASC) อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับบางกรณี เช่น ผู้ที่เคยยื่นขอวีซ่าจีนและสแกนลายนิ้วมือไว้ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา และวีซ่าดังกล่าวเป็นประเภท Single, Double หรือ Multiple Entry นอกจากนี้ ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 12 ปี และบุคคลที่มีข้อจำกัดทางร่างกายที่ไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ อาจได้รับการยกเว้น ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ CVASC เพื่อยืนยันข้อยกเว้นที่อาจมี
ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างหากเดินทางไปจีนเพื่อเยี่ยมครอบครัว หรือเพื่อน?
สำหรับวีซ่าประเภทท่องเที่ยว (L Visa) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน ผู้ยื่นควรเตรียมเอกสารยืนยันแผนการเดินทาง เช่น ใบจองโรงแรม หรือแผนการเข้าพัก และตั๋วเครื่องบินไป-กลับ หากพักอาศัยกับญาติหรือเพื่อน อาจต้องใช้จดหมายเชิญ (Invitation Letter) จากบุคคลดังกล่าว พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจีน หรือหนังสือเดินทางจีนของผู้นั้น และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (ถ้ามี) เช่น ทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตร
ขั้นตอนการยื่นวีซ่าจีนที่ CVASC กรุงเทพฯ เป็นอย่างไร?
เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ผู้ยื่นจะต้องนัดหมายเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการวีซ่าจีน (CVASC) ณ อาคารสาธรซิตี้ทาวเวอร์ ขั้นตอนแรกคือการยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสแกนลายนิ้วมือ (Biometrics) หากไม่ได้รับการยกเว้น หลังจากนั้น ศูนย์ฯ จะส่งเรื่องไปยังสถานทูตจีนเพื่อพิจารณา ระยะเวลาดำเนินการปกติคือ 4 วันทำการ สามารถเลือกแบบ Express (3 วัน) หรือ Rush (2 วัน) ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การเดินทางไปจีนเพื่อการศึกษา (X1/X2 Visa) มีข้อกำหนดเรื่องการตรวจสุขภาพหรือไม่?
ใช่ การขอวีซ่าเพื่อการศึกษา (X1/X2) มักจะต้องมีเอกสารผลการตรวจสุขภาพ (Medical Examination Certificate) ที่ออกโดยสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตจีน โดยผลการตรวจต้องแสดงว่าผู้ยื่นไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อสาธารณชนในประเทศจีน สถาบันการศึกษาในจีนอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ ดังนั้น ควรตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรงควบคู่ไปกับการตรวจสอบข้อกำหนดของศูนย์บริการวีซ่าจีน
หากวีซ่าออกให้ไม่ตรงกับระยะเวลาที่ขอ จะสามารถแก้ไขได้อย่างไร?
หากวีซ่าที่ได้รับอนุมัติมีระยะเวลาพำนัก หรือจำนวนวันเข้าออกไม่ตรงกับที่ยื่นขอ หรือไม่ตรงกับความต้องการ ผู้ยื่นควรติดต่อสอบถามกับศูนย์บริการวีซ่าจีน (CVASC) หรือสถานทูตจีนโดยตรงทันทีที่ได้รับวีซ่า ในบางกรณี อาจสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขได้หากเป็นข้อผิดพลาดจากการออกวีซ่า แต่หากเป็นผลจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่กงสุล อาจจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ตั้งแต่ต้น
มีข้อแนะนำพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวในการขอวีซ่าจีนหรือไม่?
สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การขอวีซ่าจีนโดยทั่วไปไม่มีข้อกำหนดพิเศษที่แตกต่างจากผู้สมัครทั่วไป อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมเอกสารทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรองแพทย์ที่อธิบายเกี่ยวกับโรคประจำตัว หรือยาที่ต้องใช้ประจำ เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ยื่นมีสุขภาพที่แข็งแรงเพียงพอที่จะเดินทางได้ และอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมหากสถานทูตฯ ร้องขอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวีซ่าระยะยาว
NYC Visa & Translation เป็นสำนักงานเดียวในกรุงเทพที่ดูแลครบทั้งสองทิศทาง ลูกค้าเก่ามักกลับมาใช้บริการอีกฝั่ง เมื่อครอบครัวต้องเดินทางสวนทาง หรือเมื่อย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย
คำอธิบายความต่างระหว่างวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าพำนักระยะยาว วีซ่าเกษียณ วีซ่าทำงานทางไกล (DTV) โครงการถิ่นที่อยู่โดยการลงทุน Working Holiday และระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้า (ESTA/eTA/ETA/ETIAS) พร้อมชี้ว่าเอกสารไทยชุดใดต้องแปลรับรองและผ่านนิติกรณ์ก่อนยื่น อ้างอิงประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานทางการของประเทศปลายทาง เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (13+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

โครงการวีซ่าระยะยาวแต่ละโครงการมีเงื่อนไขคุณสมบัติ เอกสารการเงิน และหน่วยงานพิจารณาต่างกัน การเลือกผิดโครงการตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
โครงการระยะยาวแต่ละแบบวัดคุณสมบัติคนละชุด และให้สิทธิเรื่องทำงานกับผู้ติดตามไม่เท่ากัน
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| วีซ่าระยะยาวสำหรับผู้พำนักที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (LTR) | เข้าเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายที่ทางการกำหนด เช่น ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีรายได้ต่อเนื่อง | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจคุณสมบัติและเอกสารการเงิน | เอกสารรายได้ย้อนหลังไม่ต่อเนื่องหรือไม่ผ่านการรับรอง คือเหตุที่ทำให้พิจารณาช้า |
| โครงการสมาชิกพำนักระยะยาวแบบสิทธิพิเศษ | ต้องการความสะดวกด้านบริการและไม่ประสงค์ทำงานในไทย | ผู้ให้บริการโครงการที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ | ผันแปรตามรอบตรวจสอบคุณสมบัติ | สิทธิพำนักไม่เท่ากับสิทธิทำงาน ต้องแยกเรื่องใบอนุญาตทำงานต่างหาก |
| การอยู่ต่อรายปีตามเหตุผลปกติ (เกษียณ/ครอบครัว/ทำงาน) | คุณสมบัติเข้าเกณฑ์การอยู่ต่อประจำปีที่ประกาศไว้ | สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ต้องต่ออายุตามรอบและรายงานตัวตามกำหนด | ลืมรายงานตัวตามกำหนดหรือเงื่อนไขเงินฝากไม่ครบระยะ ทำให้ไม่ผ่านรอบต่ออายุ |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
เงื่อนไขวีซ่าเปลี่ยนได้ตลอด ควรอ่านประกาศล่าสุดของหน่วยงานผู้พิจารณาโดยตรง แล้วใช้บริการของเราเพื่อจัดเตรียมเอกสารและคำแปลให้ตรงตามเงื่อนไขนั้น
หลายประเทศกำหนดอายุหนังสือเดินทางคงเหลือและจำนวนหน้าว่างขั้นต่ำ ควรตรวจก่อนนัดยื่นเพื่อไม่ให้เสียคิว
การต่ออายุ การรายงานตัว และการขอ re-entry ควรทำก่อนกำหนดพอสมควร ไม่รอวันสุดท้าย เพราะคิวและวันหยุดราชการอาจทำให้ไม่ทัน
ยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้ามาก้อนใหญ่ก่อนยื่นมักถูกซักถาม ควรมีเอกสารแสดงที่มาของรายได้ประกอบ และใช้ statement ที่มีตราธนาคารตัวจริง
ทะเบียนราษฎร ใบรับรองแพทย์ และหนังสือรับรองความประพฤติ มักมีอายุจำกัด การใช้ฉบับเก่าทำให้ชุดเอกสารไม่สมบูรณ์
ควรวิเคราะห์เหตุผลการปฏิเสธและแก้ที่ต้นเหตุก่อนยื่นใหม่ การยื่นซ้ำด้วยชุดเดิมมักได้ผลเดิม
วันที่ ที่อยู่ หรือประวัติการเดินทางที่กรอกไม่ตรงกับเอกสารประกอบ เป็นสาเหตุปฏิเสธที่พบบ่อยและอาจถูกมองว่าให้ข้อมูลเท็จ
การรายงานตัวตามกำหนด การแจ้งที่พัก และเงื่อนไขการทำงาน เป็นหน้าที่ต่อเนื่อง การละเลยมีผลต่อการต่ออายุครั้งถัดไป
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล