
วีซ่าเกาหลีใต้ 🇰🇷
เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าเกาหลีใต้ให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น

เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าเกาหลีใต้ให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น
เกาหลีใต้เปิดทั้ง K-ETA, C-3 Single/Multi, D-2 Student และ E-7 Working ทีม NYC เชี่ยวชาญทั้งกรณีปกติและเคยถูก K-ETA ปฏิเสธ พร้อม Cover Letter ภาษาเกาหลี

เปรียบเทียบหน้าที่ในการเตรียมเอกสารและติดตามคำขอวีซ่าเกาหลีใต้ โดยผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงาน
| ประเด็น | ยื่นเอง (DIY) | ให้ NYC ดำเนินการ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| การตรวจแฟ้มก่อนยื่น | ตรวจเอกสารตามรายการของหน่วยงานที่รับคำขอ | ช่วยทบทวนความครบถ้วนตามข้อกำหนดก่อนยื่น — ผลขึ้นกับดุลพินิจหน่วยงาน | สูง |
| Cover Letter เฉพาะเคส | เขียนคำชี้แจงจากข้อเท็จจริงและแผนเดินทางของตนเอง | ช่วยเรียบเรียงคำชี้แจงจากข้อมูลและจุดประสงค์เดินทางเกาหลีใต้ของผู้สมัคร | สูง |
| Checklist เอกสาร | ตรวจรายการ รูปแบบ และลำดับเอกสารกับช่องทางทางการ | ช่วยจัดรายการตามกรณี และตรวจว่าต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง | กลาง |
| การจองคิว/นัดยื่น | ตรวจช่องทางจองและวันที่ว่างจากระบบทางการ | ช่วยตรวจช่องทางนัดหมายและเตรียมเอกสารตามวันที่เลือก ไม่รับประกันคิวพิเศษ | กลาง |
| การติดตามผล | ตรวจสถานะคำขอผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด | ช่วยอธิบายสถานะและแจ้งเมื่อมีเอกสารหรือการดำเนินการเพิ่มเติม | |
| เคสถูกปฏิเสธ | อ่านเหตุผลปฏิเสธและตรวจทางเลือกกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ | ช่วยทบทวนเหตุผลและเอกสารเดิมก่อนพิจารณายื่นใหม่ ไม่รับประกันผล | สูง |
เราดำเนินการตั้งแต่ปี 2015 รวมประสบการณ์ทีมงานกว่า 30 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วเคสจริงหลากหลายประเภทจาก 60+ ประเทศ
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และให้บริการประเมินเอกสารทางออนไลน์สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด
ค่าบริการของเราเป็นค่าดำเนินการเท่านั้น ค่าธรรมเนียมวีซ่าและสถานทูตเป็นค่าใช้จ่ายแยก แสดงโปร่งใสในใบเสนอราคา
ได้ครับ เริ่มจากส่งสำเนาเอกสารให้ประเมินทางออนไลน์ก่อน จากนั้นทีมจะแจ้งว่าขั้นตอนไหนทำทางไกลได้และขั้นตอนไหนผู้สมัครต้องไปด้วยตนเอง
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลวีซ่าได้ เพราะอำนาจอนุมัติอยู่ที่สถานทูตเท่านั้น สิ่งที่ผู้ให้บริการที่ดีทำได้คือทำให้ชุดเอกสารสอดคล้องกันและครบตามที่สถานทูตนั้นกำหนด เกณฑ์เลือกจึงควรดูที่ความเข้าใจเงื่อนไขของสถานทูตปลายทาง ความตรงไปตรงมาเรื่องความเสี่ยง และการไม่แนะนำให้สร้างเอกสารที่ไม่จริง
| ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ยื่นเอง | ผู้มีประวัติเดินทางชัดเจน เอกสารการเงินและงานมั่นคง | ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสถานทูตด้วยตนเอง |
| ใช้บริการเฉพาะจัดเตรียมเอกสาร | ผู้ที่ยื่นเองได้แต่ไม่มั่นใจความครบถ้วน | การสัมภาษณ์และการตอบคำถามยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น |
| ใช้บริการดูแลทั้งกระบวนการ | กรณีซับซ้อน เคยถูกปฏิเสธ หรือมีกำหนดเดินทางแน่นอน | ผลอนุมัติยังขึ้นกับดุลพินิจของสถานทูตเสมอ |
แจ้งประเทศ จุดประสงค์ และกำหนดเดินทาง เพื่อสอบถามขอบเขตงานและใบเสนอราคา ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 09:00–18:00 น.
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เกาหลีใต้แบบไม่ยุ่งยาก VOA (Visa on Arrival) นั้นไม่มีสำหรับคนไทย แต่ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ได้เข้ามาทดแทน ทำให้การเดินทางเข้าเกาหลีใต้สำหรับการท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยียนญาติมิตรเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก โดย K-ETA นี้อนุญาตให้อยู่ได้สูงสุด 90 วัน มีค่าธรรมเนียมประมาณ ₩10,000 (ประมาณ 300 บาท) และสามารถยื่นขอออนไลน์ได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาวเพื่อการท่องเที่ยวแบบเจาะลึก หรือมีแผนจะเที่ยวหลายครั้งในระยะเวลาอันสั้น วีซ่า C-3-9 (Tourist Single Entry) ที่มีอายุวีซ่า 90 วัน และวีซ่า C-3-1 (Multiple Entry 5 ปี) ซึ่งอนุญาตให้พำนักได้ครั้งละ 30 วัน และมีค่าธรรมเนียมราว ฿1,400 และ ฿3,600 ตามลำดับ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า การพิจารณาเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับวัตถุประสงค์จะช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติวีซ่าเกาหลีใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักศึกษาไทยที่ใฝ่ฝันจะไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้ เช่น ในกรุงโซล หรือเมืองใหญ่อย่างปูซาน วีซ่าประเภท D-2 (Student Visa) คือคำตอบ มีระยะเวลาพำนักตั้งแต่ 1-2 ปี และมีค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ ฿2,800 การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่า D-2 นั้นมีความซับซ้อนกว่าวีซ่าท่องเที่ยว โดยต้องแสดงหลักฐานการตอบรับจากสถาบันการศึกษาในเกาหลีใต้, หลักฐานการศึกษาเดิม, หลักฐานทางการเงินที่เพียงพอต่อค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพตลอดหลักสูตร, และแผนการศึกษาที่ชัดเจน รวมถึงเอกสารส่วนตัวอื่นๆ ที่จำเป็น การขอวีซ่านักศึกษาเกาหลีใต้มักต้องผ่านการสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง ซึ่งผู้สัมภาษณ์จะประเมินความตั้งใจในการศึกษาและศักยภาพของผู้สมัคร การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ในประเทศเกาหลีใต้
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้ วีซ่าประเภท E-7 (Working Visa) เป็นวีซ่าที่ออกแบบมาสำหรับแรงงานทักษะฝีมือเฉพาะทาง มีระยะเวลาพำนักตั้งแต่ 1-3 ปี และมีค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ ฿2,800 การขอวีซ่า E-7 นั้นมีความเข้มงวดสูง เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการคัดเลือกแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศ ผู้สมัครจะต้องได้รับใบเสนองาน (Job Offer) จากนายจ้างในเกาหลีใต้ และนายจ้างต้องสามารถแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถหาแรงงานสัญชาติเกาหลีใต้มาทำงานในตำแหน่งดังกล่าวได้ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ ได้แก่ สัญญาจ้าง, เอกสารรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ, ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง, และเอกสารของบริษัทนายจ้าง การเตรียมเอกสารทั้งหมดอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยกำหนด เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การยื่นขอวีซ่า E-7 ประสบความสำเร็จ
การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่าเกาหลีใต้แต่ละประเภท จำเป็นต้องมีความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว (C-3-9, C-3-1) นอกจากหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนแล้ว ต้องยื่นเอกสารรับรองการทำงานหรือการเป็นเจ้าของกิจการ, หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3-6 เดือน (Bank Statement) ที่แสดงยอดเงินคงเหลือเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง, แผนการเดินทางที่ชัดเจน (Itinerary), และเอกสารการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน (บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องยื่นตอนแรก) สำหรับวีซ่านักศึกษา (D-2) จะต้องเพิ่มเติมเอกสารการตอบรับจากสถาบันการศึกษา, ใบรับรองผลการเรียน (Transcript), และเอกสารแสดงวุฒิการศึกษา สำหรับวีซ่าทำงาน (E-7) สิ่งสำคัญคือสัญญาจ้างงาน, เอกสารรับรองคุณสมบัติและประสบการณ์ทำงาน, และเอกสารของบริษัทนายจ้าง การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตาม 'Official Checklist' และการอธิบายที่มาของรายได้ที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการยื่นขอวีซ่าเกาหลีใต้ทุกประเภท คือการแสดงหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้สถานทูตมั่นใจว่าผู้ยื่นมีกำลังทรัพย์เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่พำนักในเกาหลีใต้ โดยทั่วไป Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือนเป็นเอกสารหลักที่ต้องใช้ จำนวนเงินที่ควรมีในบัญชีจะแตกต่างกันไปตามประเภทและระยะเวลาของวีซ่า สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น อาจต้องการยอดเงินคงเหลือครอบคลุมค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 - 40,000 บาทต่อคน แต่สำหรับวีซ่านักศึกษาหรือวีซ่าทำงานที่ต้องพำนักระยะยาว ยอดเงินที่ต้องการจะสูงขึ้นตามค่าเล่าเรียนหรือค่าครองชีพที่ประเมินไว้ สิ่งสำคัญคือ ยอดเงินในบัญชีควรมีความสม่ำเสมอ มีเงินเข้าออกเป็นประจำ และแหล่งที่มาของเงินต้องสามารถอธิบายได้ชัดเจน กรณีมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย (Sponsor) ต้องยื่นเอกสารแสดงความสัมพันธ์และหนังสือรับรองการสนับสนุนทางการเงินด้วย การแสดงหลักฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มผลการพิจารณาวีซ่าเกาหลีใต้
กระบวนการยื่นขอวีซ่าเกาหลีใต้โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามประเภทวีซ่าที่ต้องการ จากนั้นยื่นเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย (Embassy of the Republic of Korea) ซึ่งตั้งอยู่ที่ 23 ถนนเทียมร่วมมิตร รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร 10310 หรือผ่านศูนย์รับคำร้องที่ได้รับมอบหมาย (เช่น VFS Global) ในบางกรณี หลังจากยื่นเอกสารแล้ว คำร้องจะถูกส่งไปพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่กงสุล ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 7-10 วันทำการ ในบางกรณีที่ซับซ้อน หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่อาจเรียกสัมภาษณ์ผู้ยื่น หรือขอเอกสารเพิ่มเติม การยื่น K-ETA จะทำผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน K-ETA โดยตรง และทราบผลภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน การทำความเข้าใจขั้นตอนทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบสถานะคำร้อง (Visa Status Check) ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สถานทูตจัดเตรียมไว้ จะช่วยให้ผู้ยื่นทราบความคืบหน้าและเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางได้อย่างมั่นใจ
เวลาในการดำเนินการ (Processing Time) สำหรับวีซ่าเกาหลีใต้โดยทั่วไปอยู่ที่ 7-10 วันทำการ ซึ่งเป็นระยะเวลามาตรฐานที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีแจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีปริมาณคำร้องจำนวนมาก เช่น ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หรือช่วงเปิดเทอมสำหรับวีซ่านักศึกษา อาจใช้เวลานานกว่าปกติ ดังนั้น แนะนำให้ผู้ยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเดินทางจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวีซ่าที่มีความซับซ้อน เช่น วีซ่าทำงาน (E-7) หรือวีซ่านักศึกษา (D-2) ที่ต้องมีการเตรียมเอกสารหลายส่วน การขอ K-ETA อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วันทำการ ทำให้เป็นทางเลือกที่รวดเร็วสำหรับการเดินทางระยะสั้น การติดตามสถานะวีซ่าอย่างสม่ำเสมอผ่านระบบออนไลน์ของสถานทูต หรือติดต่อสอบถามหากเกินกำหนดเวลาที่แจ้งไว้ จะช่วยให้การวางแผนการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
กรีซ (Greece), อิตาลี (Italy), สเปน (Spain) และประเทศในกลุ่มเชงเก้น (Schengen Area) นั้น ไม่ได้มีข้อกำหนด K-ETA เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ แต่มีระบบ Visa Application Center (VAC) ที่ต้องจองคิวและยื่นเอกสาร รวมถึงการสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปในวันยื่น สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวกลุ่มเชงเก้น ส่วนใหญ่แล้วจะอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วันภายในระยะเวลา 180 วัน และผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเอกสารประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะหลักฐานทางการเงินและแผนการเดินทาง ที่สำคัญคือ วีซ่าเชงเก้นต้องยื่นผ่านสถานทูตของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางหลัก หรือประเทศแรกที่เข้า หากจำนวนวันพำนักในแต่ละประเทศเท่ากัน การเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น (Japan) ที่มีระบบยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย ทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นสะดวกกว่ามากในแง่ของขั้นตอน แต่เกาหลีใต้ก็มี K-ETA ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแทนการขอวีซ่าแบบเดิม สำหรับผู้ที่ต้องการวีซ่า Multiple Entry 5 ปี (C-3-1) ของเกาหลีใต้ จะมีความยืดหยุ่นในการเดินทางมากกว่าการขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบ Single Entry สำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
สำหรับกรณีพิเศษ เช่น ผู้เยาว์ที่ต้องการเดินทางไปเกาหลีใต้คนเดียว หรือกับผู้ปกครองที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจปกครองเพียงผู้เดียว จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (Parental Consent Letter) ที่รับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ หรือมีเอกสารรับรองสถานะครอบครัวที่ชัดเจน สำหรับผู้เกษียณอายุที่ไม่มีหลักฐานการทำงานประจำ อาจต้องแสดงหลักฐานการรับเงินบำนาญ (Pension Statement) หรือหลักฐานรายได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ที่สม่ำเสมอและเพียงพอ สำหรับอาชีพอิสระ (Freelancer) หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีใบรับรองการทำงานจากบริษัท จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนธุรกิจ, รายการเดินบัญชีที่แสดงรายรับจากการทำงาน, สัญญาจ้างต่างๆ, และหลักฐานการเสียภาษี เพื่อยืนยันถึงแหล่งที่มาของรายได้ที่มั่นคง การเตรียมเอกสารสำหรับกรณีพิเศษเหล่านี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้มั่นใจว่าครบถ้วนตามที่สถานทูตเกาหลีต้องการ
สถานการณ์ปัจจุบันและนโยบายวีซ่าเกาหลีใต้อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งข้อมูลปี 2567-2569 (2024-2026) ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรับปรุงเงื่อนไข K-ETA หรือการเพิ่มประเภทวีซ่าใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือการลงทุน โดยทั่วไป เกาหลีใต้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่มนักศึกษาที่มีศักยภาพ และแรงงานทักษะสูง นโยบายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอาจเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีประวัติการเดินทางที่ดี หรือการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารบางประเภท เพื่อให้การบริหารจัดการการเข้าเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ที่สนใจเดินทางไปเกาหลีใต้ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย หรือ K-ETA ก่อนยื่นคำร้องเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลและเอกสารที่เตรียมถูกต้องตรงตามระเบียบการล่าสุด
ขั้นตอนการสัมภาษณ์หรือการเก็บข้อมูลชีวภาพ (Biometrics) สำหรับวีซ่าเกาหลีใต้นั้น อาจแตกต่างกันไปตามประเภทของวีซ่าและนโยบาย ณ ขณะนั้น โดยทั่วไป วีซ่าท่องเที่ยว K-ETA และ C-3-9 มักไม่จำเป็นต้องมีการสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลชีวภาพ ในขณะที่วีซ่านักศึกษา (D-2) และวีซ่าทำงาน (E-7) อาจมีการเรียกสัมภาษณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลี หรือศูนย์รับคำร้อง VFS เพื่อประเมินความตั้งใจในการศึกษาหรือทำงาน และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร การสัมภาษณ์มักเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ และมุ่งเน้นคำถามเกี่ยวกับแผนการเดินทาง, วัตถุประสงค์การเข้าประเทศ, ความรู้เกี่ยวกับสถาบันการศึกษาหรือนายจ้าง, และความพร้อมทางการเงิน การเตรียมพร้อมตอบคำถามอย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากมีการเก็บข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ) จะดำเนินการ ณ จุดที่สถานทูตหรือ VFS กำหนด
การเปรียบเทียบกระบวนการยื่นวีซ่าระหว่างเกาหลีใต้กับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ เผยให้เห็นถึงความแตกต่างที่สำคัญ ในขณะที่ญี่ปุ่นมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกสบาย สิงคโปร์ก็มีกระบวนการที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาสำหรับบางประเภท โดยเฉพาะการท่องเที่ยวระยะสั้น เกาหลีใต้เองได้พัฒนาระบบ K-ETA ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระยะสั้น แต่ยังคงมีระบบวีซ่าแบบดั้งเดิมสำหรับวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น การศึกษา (D-2) และการทำงาน (E-7) ที่ต้องการการตรวจสอบที่เข้มงวดกว่า สำหรับวีซ่า C-3-1 Multiple Entry 5 ปีของเกาหลีใต้ ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางบ่อยครั้ง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายวีซ่าของหลายๆ ประเทศในภูมิภาคที่อาจให้วีซ่าระยะยาวได้ยากกว่า การพิจารณาเลือกประเทศปลายทางและประเภทวีซ่าที่เหมาะสมกับแผนการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางตัวเลือกที่มีหลากหลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก
K-ETA คืออะไร และจำเป็นสำหรับคนไทยทุกคนที่จะเข้าเกาหลีใต้หรือไม่?
K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) เป็นระบบการอนุญาตเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้สำหรับผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้เพื่อการท่องเที่ยว ระยะสั้น หรือเยี่ยมเยียนญาติมิตร (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด) จำเป็นต้องยื่นขอ K-ETA ล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนเดินทาง แม้ว่า K-ETA จะไม่ใช่ 'วีซ่า' โดยตรง แต่เปรียบเสมือนการอนุมัติการเดินทางล่วงหน้า โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ ₩10,000 และอนุญาตให้อยู่ได้สูงสุด 90 วัน หากไม่ได้รับการอนุมัติ K-ETA อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่อง หรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงเกาหลีใต้
ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวเกาหลีใต้ (C-3-9)?
จำนวนหลักฐานทางการเงินที่ต้องแสดงสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว C-3-9 ของเกาหลีใต้ จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่วางแผนจะพำนักและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ โดยทั่วไป สถานทูตเกาหลีคาดหวังว่าผู้ยื่นจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง โดยไม่มีความจำเป็นต้องทำงานในเกาหลีใต้ ยอดเงินในบัญชี (Bank Statement) ที่แนะนำมักจะอยู่ในช่วง 20,000 - 40,000 บาทต่อคน สำหรับการเดินทาง 7-14 วัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สิ่งสำคัญกว่าจำนวนเงินคือ ความสม่ำเสมอของเงินเข้า-ออกในบัญชี ย้อนหลัง 3-6 เดือน และแหล่งที่มาของรายได้ที่สามารถอธิบายได้ชัดเจน กรณีที่เดินทางกับครอบครัว หรือมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ต้องแสดงความสัมพันธ์และเอกสารเพิ่มเติม
การยื่นวีซ่านักศึกษา (D-2) สำหรับผู้เยาว์ต้องมีเอกสารพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่?
สำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ที่ต้องการยื่นขอวีซ่านักศึกษา (D-2) ไปศึกษาต่อในเกาหลีใต้ นอกเหนือจากเอกสารปกติ เช่น หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา, เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา, และหลักฐานทางการเงิน จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการปกครองและความยินยอมจากผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้เยาว์เดินทางไปกับผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง หรือเดินทางคนเดียว อาจต้องยื่น 'หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง' (Parental Consent Letter) ซึ่งต้องมีการรับรองโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หรือการรับรองจากสถานทูต และต้องแสดงเอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เยาว์กับผู้ปกครอง เช่น สูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน การเตรียมเอกสารส่วนนี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าเป็นไปอย่างราบรื่น
วีซ่า C-3-1 Multiple 5 ปี มีข้อดีอย่างไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
วีซ่า C-3-1 Multiple Entry 5 ปี ของเกาหลีใต้ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าเกาหลีใต้อย่างสม่ำเสมอ โดยอนุญาตให้พำนักได้ครั้งละ 30 วัน และสามารถเข้า-ออกได้หลายครั้งภายในระยะเวลา 5 ปี ข้อดีคือความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ทุกครั้งที่ต้องการเดินทาง และเหมาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้ที่ต้องเดินทางไปเยี่ยมญาติบ่อยครั้ง หรือนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเกาหลีใต้ เอกสารที่ต้องใช้โดยทั่วไปคล้ายกับวีซ่าท่องเที่ยว C-3-9 แต่ต้องมีประวัติการเดินทางไปเกาหลีใต้ หรือประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ มาก่อน (ตามเงื่อนไขของสถานทูต) และต้องแสดงหลักฐานที่หนักแน่นขึ้นเกี่ยวกับความจำเป็นในการเดินทางบ่อยครั้ง หรือความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเภทนี้คือ ฿3,600
มีบริการวีซ่าด่วน (Express Visa) สำหรับเกาหลีใต้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยไม่ได้มีบริการวีซ่าด่วน (Express Visa) อย่างเป็นทางการสำหรับวีซ่าทุกประเภท โดยระยะเวลาดำเนินการมาตรฐานอยู่ที่ 7-10 วันทำการ อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการเดินทาง อาจสามารถยื่นคำร้องเป็นกรณีพิเศษได้ โดยจะต้องมีเอกสารหลักฐานที่น่าเชื่อถือมายืนยันความจำเป็นเร่งด่วนนั้น เช่น เอกสารทางการแพทย์ หรือเอกสารธุรกิจเร่งด่วน ซึ่งการพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุลเป็นกรณีไป สำหรับ K-ETA นั้น มักจะได้รับการอนุมัติภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วันทำการ ซึ่งถือว่ารวดเร็วอยู่แล้ว สำหรับวีซ่าประเภทอื่น ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วควรยื่นคำร้องล่วงหน้านานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือปรึกษาเอเจนซี่วีซ่าเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
วีซ่าทำงาน (E-7) ต้องใช้เวลานานเท่าไรในการดำเนินการ และมีโอกาสถูกปฏิเสธมากน้อยเพียงใด?
วีซ่าทำงานประเภท E-7 ของเกาหลีใต้ เป็นวีซ่าที่มีความซับซ้อนและเข้มงวดในการพิจารณามากกว่าวีซ่าประเภทอื่น ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปอาจใช้เวลานานกว่าวีซ่าท่องเที่ยว ตั้งแต่ 2-4 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเอกสารและการตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างและผู้สมัคร โอกาสในการถูกปฏิเสธวีซ่า E-7 ค่อนข้างสูง หากเอกสารไม่ครบถ้วน, คุณสมบัติไม่ตรงตามที่กำหนด, หรือนายจ้างไม่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีความจำเป็นต้องจ้างแรงงานต่างชาติจริง ๆ การเตรียมเอกสารสัญญาจ้างที่ชัดเจน, เอกสารรับรองคุณวุฒิและประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ, และการแสดงความสอดคล้องระหว่างตำแหน่งงานกับทักษะของผู้สมัคร เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
การยื่นวีซ่าเกาหลีใต้สำหรับอาชีพอิสระ (Freelancer) ต้องเตรียมเอกสารอะไรเป็นพิเศษ?
สำหรับผู้ที่เป็นอาชีพอิสระ (Freelancer) หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท การยื่นขอวีซ่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อแสดงถึงความมั่นคงทางรายได้และสถานะทางอาชีพ โดยปกติจะต้องยื่น: 1. เอกสารการจดทะเบียนธุรกิจ/การค้า (ถ้ามี) 2. รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 3-6 เดือน ที่แสดงรายรับจากการทำงานอย่างสม่ำเสมอ 3. สัญญาว่าจ้างหรือใบเสนอราคางาน (Invoices) ที่แสดงถึงการมีงานทำอย่างต่อเนื่อง 4. หลักฐานการยื่นและชำระภาษีเงินได้ 5. เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Portfolio หรือผลงานที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ การอธิบายที่มาของรายได้อย่างชัดเจนและน่าเชื่อถือเป็นกุญแจสำคัญในการได้รับการอนุมัติวีซ่า
K-ETA กับ วีซ่า C-3-9 (Tourist Single) ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน?
K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) เป็นการอนุญาตเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องทำผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทาง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น (ไม่เกิน 90 วัน) เยี่ยมญาติ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และต้องยื่นขอทุกครั้งที่เดินทาง โดยมีค่าธรรมเนียมประมาณ ₩10,000 ส่วน วีซ่า C-3-9 (Tourist Single Entry) เป็นวีซ่าแบบ Single Entry ที่ประทับตราในหนังสือเดินทาง มีอายุวีซ่า 90 วัน (นับจากวันที่ออก) และอนุญาตให้อยู่ได้ตามระยะเวลาที่ระบุในวีซ่า (มักจะ 15, 30, หรือ 90 วัน) มีค่าธรรมเนียม ฿1,400 สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย หรือต้องการความมั่นใจในการเดินทางมากกว่า K-ETA อาจเลือกยื่น C-3-9 หรือ C-3-1 (Multiple 5 ปี) หากมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข
มีข้อกำหนดเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 หรือเอกสารเกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มเติมสำหรับการเข้าเกาหลีใต้ในปี 2567 หรือไม่?
ณ ปัจจุบัน (ปี 2567) ประเทศเกาหลีใต้ได้ยกเลิกข้อกำหนดส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศแล้ว เช่น การแสดงผลตรวจโควิด-19 หรือใบรับรองการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม นโยบายด้านสาธารณสุขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีก่อนเดินทางเสมอ แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดด้านวัคซีนแล้ว การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันยังคงเป็นสิ่งที่ดี
การสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป (Biometrics) จำเป็นสำหรับวีซ่าเกาหลีใต้ทุกประเภทหรือไม่?
การสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป (Biometrics) โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้เป็นข้อบังคับสำหรับวีซ่าเกาหลีใต้ทุกประเภท วีซ่าท่องเที่ยวอย่าง K-ETA หรือ C-3-9 มักจะไม่ต้องดำเนินการ Biometrics ในขณะที่วีซ่าประเภทอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักระยะยาว เช่น วีซ่านักศึกษา (D-2) หรือวีซ่าทำงาน (E-7) อาจมีการเรียกเก็บข้อมูลชีวภาพ ณ ศูนย์รับคำร้อง (เช่น VFS Global) หรือที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุล การเก็บข้อมูล Biometrics นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการยืนยันตัวตนและเพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการออกวีซ่า ผู้ยื่นควรตรวจสอบกับสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง VFS อีกครั้งสำหรับข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงกับประเภทวีซ่าที่ตนเองยื่น
NYC Visa & Translation เป็นสำนักงานเดียวในกรุงเทพที่ดูแลครบทั้งสองทิศทาง ลูกค้าเก่ามักกลับมาใช้บริการอีกฝั่ง เมื่อครอบครัวต้องเดินทางสวนทาง หรือเมื่อย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย
คำอธิบายความต่างระหว่างวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าพำนักระยะยาว วีซ่าเกษียณ วีซ่าทำงานทางไกล (DTV) โครงการถิ่นที่อยู่โดยการลงทุน Working Holiday และระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้า (ESTA/eTA/ETA/ETIAS) พร้อมชี้ว่าเอกสารไทยชุดใดต้องแปลรับรองและผ่านนิติกรณ์ก่อนยื่น อ้างอิงประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานทางการของประเทศปลายทาง เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (13+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

โครงการวีซ่าระยะยาวแต่ละโครงการมีเงื่อนไขคุณสมบัติ เอกสารการเงิน และหน่วยงานพิจารณาต่างกัน การเลือกผิดโครงการตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
โครงการระยะยาวแต่ละแบบวัดคุณสมบัติคนละชุด และให้สิทธิเรื่องทำงานกับผู้ติดตามไม่เท่ากัน
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| วีซ่าระยะยาวสำหรับผู้พำนักที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (LTR) | เข้าเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายที่ทางการกำหนด เช่น ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีรายได้ต่อเนื่อง | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจคุณสมบัติและเอกสารการเงิน | เอกสารรายได้ย้อนหลังไม่ต่อเนื่องหรือไม่ผ่านการรับรอง คือเหตุที่ทำให้พิจารณาช้า |
| โครงการสมาชิกพำนักระยะยาวแบบสิทธิพิเศษ | ต้องการความสะดวกด้านบริการและไม่ประสงค์ทำงานในไทย | ผู้ให้บริการโครงการที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ | ผันแปรตามรอบตรวจสอบคุณสมบัติ | สิทธิพำนักไม่เท่ากับสิทธิทำงาน ต้องแยกเรื่องใบอนุญาตทำงานต่างหาก |
| การอยู่ต่อรายปีตามเหตุผลปกติ (เกษียณ/ครอบครัว/ทำงาน) | คุณสมบัติเข้าเกณฑ์การอยู่ต่อประจำปีที่ประกาศไว้ | สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ต้องต่ออายุตามรอบและรายงานตัวตามกำหนด | ลืมรายงานตัวตามกำหนดหรือเงื่อนไขเงินฝากไม่ครบระยะ ทำให้ไม่ผ่านรอบต่ออายุ |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
ใบรับคำขอ ใบเสร็จ และตราประทับทุกครั้ง ควรถ่ายเก็บไว้ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง
ยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้ามาก้อนใหญ่ก่อนยื่นมักถูกซักถาม ควรมีเอกสารแสดงที่มาของรายได้ประกอบ และใช้ statement ที่มีตราธนาคารตัวจริง
การจัดชุดตามลำดับที่หน่วยงานกำหนดพร้อมสารบัญ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็วและลดการขอเอกสารเพิ่ม
เงื่อนไขวีซ่าเปลี่ยนได้ตลอด ควรอ่านประกาศล่าสุดของหน่วยงานผู้พิจารณาโดยตรง แล้วใช้บริการของเราเพื่อจัดเตรียมเอกสารและคำแปลให้ตรงตามเงื่อนไขนั้น
แต่ละประเทศกำหนดผู้แปลที่ยอมรับต่างกัน ควรยืนยันประเภทคำแปลก่อนสั่งงาน
ไม่มีผู้ให้บริการใดรับประกันผลได้ อำนาจอนุมัติอยู่ที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตเท่านั้น หน้าที่ของเราคือทำให้เอกสารถูกต้องครบถ้วนเพื่อลดโอกาสถูกตีกลับ
การรายงานตัวตามกำหนด การแจ้งที่พัก และเงื่อนไขการทำงาน เป็นหน้าที่ต่อเนื่อง การละเลยมีผลต่อการต่ออายุครั้งถัดไป
ทะเบียนราษฎร ใบรับรองแพทย์ และหนังสือรับรองความประพฤติ มักมีอายุจำกัด การใช้ฉบับเก่าทำให้ชุดเอกสารไม่สมบูรณ์
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล