
วีซ่าฟิลิปปินส์ 🇵🇭
เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าฟิลิปปินส์ให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น

เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าฟิลิปปินส์ให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น
ชาวไทย Visa-Free 30 วัน — NYC ดูแล SRRV (Special Resident Retirement Visa), 9G Work Visa, Investor Visa

เปรียบเทียบหน้าที่ในการเตรียมเอกสารและติดตามคำขอวีซ่าฟิลิปปินส์ โดยผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงาน
| ประเด็น | ยื่นเอง (DIY) | ให้ NYC ดำเนินการ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|
| การตรวจแฟ้มก่อนยื่น | ตรวจเอกสารตามรายการของหน่วยงานที่รับคำขอ | ช่วยทบทวนความครบถ้วนตามข้อกำหนดก่อนยื่น — ผลขึ้นกับดุลพินิจหน่วยงาน | สูง |
| Cover Letter เฉพาะเคส | เขียนคำชี้แจงจากข้อเท็จจริงและแผนเดินทางของตนเอง | ช่วยเรียบเรียงคำชี้แจงจากข้อมูลและจุดประสงค์เดินทางฟิลิปปินส์ของผู้สมัคร | สูง |
| Checklist เอกสาร | ตรวจรายการ รูปแบบ และลำดับเอกสารกับช่องทางทางการ | ช่วยจัดรายการตามกรณี และตรวจว่าต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง | กลาง |
| การจองคิว/นัดยื่น | ตรวจช่องทางจองและวันที่ว่างจากระบบทางการ | ช่วยตรวจช่องทางนัดหมายและเตรียมเอกสารตามวันที่เลือก ไม่รับประกันคิวพิเศษ | กลาง |
| การติดตามผล | ตรวจสถานะคำขอผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด | ช่วยอธิบายสถานะและแจ้งเมื่อมีเอกสารหรือการดำเนินการเพิ่มเติม | |
| เคสถูกปฏิเสธ | อ่านเหตุผลปฏิเสธและตรวจทางเลือกกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ | ช่วยทบทวนเหตุผลและเอกสารเดิมก่อนพิจารณายื่นใหม่ ไม่รับประกันผล | สูง |
เราดำเนินการตั้งแต่ปี 2015 รวมประสบการณ์ทีมงานกว่า 30 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วเคสจริงหลากหลายประเภทจาก 60+ ประเทศ
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และให้บริการประเมินเอกสารทางออนไลน์สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด
ค่าบริการของเราเป็นค่าดำเนินการเท่านั้น ค่าธรรมเนียมวีซ่าและสถานทูตเป็นค่าใช้จ่ายแยก แสดงโปร่งใสในใบเสนอราคา
ได้ครับ เริ่มจากส่งสำเนาเอกสารให้ประเมินทางออนไลน์ก่อน จากนั้นทีมจะแจ้งว่าขั้นตอนไหนทำทางไกลได้และขั้นตอนไหนผู้สมัครต้องไปด้วยตนเอง
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลวีซ่าได้ เพราะอำนาจอนุมัติอยู่ที่สถานทูตเท่านั้น สิ่งที่ผู้ให้บริการที่ดีทำได้คือทำให้ชุดเอกสารสอดคล้องกันและครบตามที่สถานทูตนั้นกำหนด เกณฑ์เลือกจึงควรดูที่ความเข้าใจเงื่อนไขของสถานทูตปลายทาง ความตรงไปตรงมาเรื่องความเสี่ยง และการไม่แนะนำให้สร้างเอกสารที่ไม่จริง
| ทางเลือก | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ยื่นเอง | ผู้มีประวัติเดินทางชัดเจน เอกสารการเงินและงานมั่นคง | ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสถานทูตด้วยตนเอง |
| ใช้บริการเฉพาะจัดเตรียมเอกสาร | ผู้ที่ยื่นเองได้แต่ไม่มั่นใจความครบถ้วน | การสัมภาษณ์และการตอบคำถามยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น |
| ใช้บริการดูแลทั้งกระบวนการ | กรณีซับซ้อน เคยถูกปฏิเสธ หรือมีกำหนดเดินทางแน่นอน | ผลอนุมัติยังขึ้นกับดุลพินิจของสถานทูตเสมอ |
แจ้งประเทศ จุดประสงค์ และกำหนดเดินทาง เพื่อสอบถามขอบเขตงานและใบเสนอราคา ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 09:00–18:00 น.
สำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในฟิลิปปินส์นานกว่า 30 วัน หรือมีวัตถุประสงค์เฉพาะ นอกเหนือจากการท่องเที่ยวทั่วไป วีซ่าประเภท "Temporary Visitor" (9A) ถือเป็นตัวเลือกหลัก โดยทั่วไปวีซ่าประเภทนี้จะอนุญาตให้พำนักได้นาน 59 วัน และมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ การยื่นขอวีซ่า 9A ต้องดำเนินการผ่านสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร หรือผ่านตัวแทนที่ได้รับมอบหมาย โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือเดินทางฉบับจริงที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน, แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกครบถ้วน, รูปถ่ายสีขนาดตามที่กำหนด, หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับหรือตั๋วเดินทางต่อไป, หลักฐานทางการเงินที่แสดงว่ามีทรัพย์สินเพียงพอต่อการพำนักในฟิลิปปินส์ (เช่น Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน), และเอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์การเดินทาง เช่น จดหมายเชิญจากบุคคลหรือบริษัทในฟิลิปปินส์ สำหรับการยื่นขอวีซ่านี้ การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้องตามข้อกำหนดของสถานทูตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดโอกาสในการถูกปฏิเสธ.
การทำงานในฟิลิปปินส์เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจสำหรับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญในสาขาที่เป็นที่ต้องการ วีซ่าประเภท "Pre-arranged Employment" (9G) เป็นวีซ่าที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ได้รับเสนอตำแหน่งงานจากนายจ้างในฟิลิปปินส์โดยเฉพาะ วีซ่าประเภทนี้มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 1-3 ปี และมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของวีซ่าและประเภทงาน การขอวีซ่า 9G นั้นมีความซับซ้อนกว่าวีซ่าท่องเที่ยว เนื่องจากต้องอาศัยความร่วมมือจากนายจ้างในฟิลิปปินส์เป็นหลัก โดยนายจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Alien Employment Permit - AEP) จากกระทรวงแรงงานและจัดหางาน (Department of Labor and Employment - DOLE) ของฟิลิปปินส์เสียก่อน จากนั้นจึงจะสามารถยื่นขอวีซ่า 9G ณ สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ผู้ยื่นขอวีซ่า 9G ต้องแสดงหลักฐานการศึกษา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติการทำงาน เพื่อยืนยันคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่เสนอ.
สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันถึงการใช้ชีวิตหลังเกษียณในสภาพอากาศอบอุ่นและวัฒนธรรมที่เป็นมิตร ฟิลิปปินส์มีโครงการ "Special Resident Retiree's Visa" (SRRV) ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency) ที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามกำหนดสามารถพำนักในฟิลิปปินส์ได้อย่างถาวรตลอดชีพ โดยไม่ต้องต่ออายุวีซ่า การยื่นขอ SRRV ต้องผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investments - BOI) หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Bureau of Immigration - BI) ของฟิลิปปินส์ โดยมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นประมาณ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของ SRRV ที่เลือก (เช่น Classic, Multiple, Yoga) และจำนวนผู้ติดตามที่ต้องการเพิ่มเข้ามาในวีซ่า ผู้สมัคร SRRV ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่แสดงถึงรายได้ประจำจากบำนาญหรือแหล่งอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Bank Statement, Pension Statement) และต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดด้านอายุขั้นต่ำของผู้สมัครคือ 35 ปี และต้องมีเงินลงทุนตามที่กำหนดในบัญชีเงินฝากของธนาคารที่ได้รับการรับรองในฟิลิปปินส์ ซึ่ง SRRV ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้เกษียณอายุที่ต้องการอิสระในการพำนักระยะยาวในฟิลิปปินส์.
กระบวนการยื่นขอวีซ่าประเภทต่างๆ สำหรับประเทศฟิลิปปินส์นั้นมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวีซ่า 9A (Temporary Visitor) และ 9G (Pre-arranged Employment) ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องยื่นเอกสารที่สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ หรือศูนย์รับคำร้องวีซ่า (Visa Application Center) ที่ได้รับมอบอำนาจ โดยทั่วไปแล้ว หากเป็นการยื่นขอวีซ่า 9A สำหรับนักท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้น อาจสามารถยื่นได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ในกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 76 ถ. สาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 หรือผ่าน VFS Global หากมีการมอบหมายให้ดำเนินการในอนาคต สำหรับวีซ่า 9G กระบวนการจะซับซ้อนกว่าและมักจะต้องดำเนินการผ่านการประสานงานกับบริษัทหรือนายจ้างในฟิลิปปินส์เป็นหลัก โดยอาจจะต้องยื่นเอกสารบางส่วนที่กระทรวงแรงงานและจัดหางาน (DOLE) ก่อน แล้วจึงนำผลอนุมัติมาประกอบการยื่นขอวีซ่าที่สถานทูต การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานที่และวิธีการยื่นเอกสารเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกระบวนการได้ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ หรือบริษัทที่ปรึกษาวีซ่าที่มีความเชี่ยวชาญ.
เหตุผลทั่วไปที่ทำให้วีซ่าฟิลิปปินส์ถูกปฏิเสธนั้น แม้จะมีขั้นตอนการยื่นที่ชัดเจนเป็นระบบ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง หนึ่งในสาเหตุหลักคือ "เอกสารไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง" เช่น การกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มวีซ่าผิดพลาด การขาดเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ หรือเอกสารที่ยื่นไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ตรงตามข้อกำหนดของสถานทูตฯ ประการต่อมาคือ "หลักฐานทางการเงินไม่เพียงพอ" หรือ "ไม่น่าเชื่อถือ" เช่น Bank Statement มียอดเงินน้อยเกินไป หรือมีรายการเดินบัญชีที่น่าสงสัย หรือไม่แสดงแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจน ประการที่สามคือ "วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ชัดเจน" หรือ "ขัดแย้งกับประเภทวีซ่าที่ขอ" เช่น ขอวีซ่าท่องเที่ยวแต่แจ้งว่าจะไปทำงาน หรือให้ข้อมูลที่สับสนไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับแผนการเดินทาง การถูกปฏิเสธวีซ่าครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะในประเทศแถบเชงเก้น หรือสหรัฐอเมริกา ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาได้เช่นกัน และสุดท้ายคือ "ข้อมูลที่ให้ไม่ตรงกับความเป็นจริง" หรือ "พยายามปกปิดข้อมูล" ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง การเตรียมเอกสารอย่างรอบคอบ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ.
การเปรียบเทียบการเดินทางเข้าฟิลิปปินส์กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เวียดนาม หรือมาเลเซีย จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ประเทศไทยเองก็มีนโยบาย Visa-Free สำหรับชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงชาวฟิลิปปินส์ที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าในระยะเวลาที่กำหนด (30 วัน) เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่เปิดให้ชาวไทยเข้าประเทศได้ 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ในขณะที่เวียดนามอาจมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าสำหรับบางสัญชาติในการเข้าประเทศแบบ Visa-Free หรือมักกำหนดระยะเวลาพำนักสั้นกว่า (เช่น 15-45 วัน) และมาเลเซียเองก็มีนโยบาย Visa-Free สำหรับหลายประเทศ แต่ก็มีเงื่อนไขและระยะเวลาที่แตกต่างกันไปในแต่ละสัญชาติ ปัจจัยที่ทำให้ฟิลิปปินส์น่าสนใจคือ วีซ่าประเภท SRRV ที่มอบสิทธิ์ PR ตลอดชีพ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่หาได้ยากในหลายประเทศ และวีซ่า 9G ที่เปิดโอกาสให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้การรับรองของนายจ้าง การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและแรงงานระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ ทำให้แต่ละประเทศมีนโยบายที่ปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว และแรงงานที่มีทักษะ การศึกษาข้อกำหนดของแต่ละประเทศอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ.
หากถูกปฏิเสธวีซ่าฟิลิปปินส์ จะมีทางแก้ไขหรือยื่นอุทธรณ์ได้อย่างไร?
หากวีซ่าฟิลิปปินส์ของคุณถูกปฏิเสธ สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการปฏิเสธ ซึ่งโดยทั่วไปจะระบุไว้ในจดหมายแจ้งผลการพิจารณาที่สถานทูตฯ ออกให้ จากนั้น คุณสามารถดำเนินการได้หลายทาง: 1. ยื่นอุทธรณ์ (Appeal): ในบางกรณี สามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินได้ โดยต้องแสดงหลักฐานเพิ่มเติมหรือชี้แจงข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่ 2.
ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเป็นจำนวนเท่าใดสำหรับวีซ่า 9A (Temporary Visitor)?
สำหรับวีซ่า 9A (Temporary Visitor) ของฟิลิปปินส์ ไม่มีจำนวนเงินตายตัวที่กำหนดไว้ชัดเจนสำหรับหลักฐานทางการเงิน แต่หลักการคือคุณต้องแสดงให้เห็นว่ามีเงินทุนเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่คุณต้องการพำนักในฟิลิปปินส์ ซึ่งรวมถึงค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ โดยทั่วไป Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน ที่แสดงยอดคงเหลือที่สม่ำเสมอ และมีเงินเข้า-ออกตามปกติ จะเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยประเมินคร่าวๆ อาจอยู่ที่ประมาณ 50-100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวันของการพำนัก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและรูปแบบการใช้ชีวิตที่คุณแจ้งไว้
เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางไปฟิลิปปินส์คนเดียว ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
การเดินทางของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไปยังฟิลิปปินส์โดยไม่มีผู้ปกครองจำเป็นต้องมีเอกสารสำคัญเพิ่มเติมหลายอย่าง ประการแรก ต้องมี "หนังสือยินยอมให้เดินทาง" (Affidavit of Consent) ที่ลงนามโดยผู้ปกครองตามกฎหมายทั้งสองฝ่าย โดยหนังสือฉบับนี้ควรระบุชื่อผู้เยาว์ ชื่อผู้ปกครอง ชื่อผู้ที่จะเดินทางไปด้วย (ถ้ามี) หรือชื่อผู้ที่จะรับผิดชอบดูแลในฟิลิปปินส์ (Escort) และระบุวัตถุประสงค์และระยะเวลาของการเดินทาง พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ปกครอง และหากมีผู้ที่จะรับดูแลในฟิลิปปินส์ที่ไม่ได้เป็นผู้ปกครอง ต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนของผู้รับดูแลนั้นด้วย ตรวจสอบกับสถานทูตฯ ฟิลิปปินส์เพื่อรายละเอียดล่าสุดเสมอ
การยื่นขอ SRRV (Retirement Visa) ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนเท่าใด?
ผู้สมัครวีซ่า SRRV (Special Resident Retiree's Visa) ของฟิลิปปินส์ จำเป็นต้องแสดงหลักฐานทางการเงินและการลงทุนตามที่กำหนด โดยจำนวนเงินจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของ SRRV ที่เลือกและจำนวนผู้ติดตาม: 1. SRRV Classic: สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำจากบำนาญหรือแหล่งอื่น ต้องแสดงหลักฐานเงินฝากหรือเงินลงทุนในสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองในฟิลิปปินส์ เป็นจำนวนตั้งแต่ $1,400 USD ขึ้นไป 2. SRRV Expanded: สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินทุนในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจ มีข้อกำหนดที่สูงกว่า 3. Vegan SRRV / Yoga SRRV: อาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมการสมัครและค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องชำระ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจาก Bureau of Immigration (BI) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับวีซ่า 9G (Pre-arranged Employment) คืออะไรบ้าง?
วีซ่า 9G (Pre-arranged Employment) สำหรับการทำงานในฟิลิปปินส์ มีเอกสารที่ต้องใช้ค่อนข้างมาก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากนายจ้างในฟิลิปปินส์เป็นหลัก เอกสารสำคัญได้แก่: 1. หนังสือเดินทางฉบับจริง (ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน) 2. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า 3. รูปถ่ายสี ตามขนาดที่กำหนด 4. ใบอนุญาตทำงาน (Alien Employment Permit - AEP) ที่ออกโดยกระทรวงแรงงานและจัดหางาน (DOLE) ของฟิลิปปินส์ 5. สัญญาจ้างงานฉบับจริง หรือสำเนาที่รับรองแล้ว 6. เอกสารรับรองคุณวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานของผู้สมัคร 7. เอกสารแสดงสถานะของบริษัทนายจ้างในฟิลิปปินส์ 8. ประวัติอาชญากรรม (Police Clearance) จากประเทศไทย 9. เอกสารอื่นๆ ตามที่สถานทูตฯ หรือ DOLE กำหนด
ระยะเวลาพำนักสูงสุดที่ได้รับเมื่อใช้ Visa-Free (VFE) คือเท่าใด และสามารถต่ออายุได้หรือไม่?
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางเข้าฟิลิปปินส์โดยใช้นโยบาย Visa-Free (VFE) จะได้รับอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม วีซ่าประเภทนี้ "ไม่สามารถต่ออายุ" ได้ภายในประเทศฟิลิปปินส์ หากคุณต้องการพำนักนานกว่า 30 วัน คุณจะต้องเดินทางออกจากฟิลิปปินส์ก่อนครบกำหนด และอาจจะเดินทางกลับเข้ามาใหม่ภายใต้นโยบาย Visa-Free อีกครั้ง หรือหากคุณมีแผนที่จะพำนักนานกว่านั้น หรือมีวัตถุประสงค์อื่น เช่น การทำงาน หรือการเรียน ควรพิจารณายื่นขอวีซ่าประเภทอื่นที่เหมาะสม เช่น วีซ่า 9A (Temporary Visitor) ซึ่งสามารถขอต่ออายุได้ภายในฟิลิปปินส์ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ความแตกต่างระหว่างวีซ่า 9A และ SRRV คืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างวีซ่า 9A (Temporary Visitor) และ SRRV (Retirement Visa) คือวัตถุประสงค์และระยะเวลาการพำนัก: วีซ่า 9A เป็นวีซ่าสำหรับ "ผู้มาเยือนชั่วคราว" มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น สามารถพำนักได้สูงสุด 59 วัน (อาจต่ออายุได้ภายในฟิลิปปินส์) และต้องแสดงหลักฐานทางการเงินตามสมควร ส่วน SRRV เป็นวีซ่าประเภท "ถิ่นที่อยู่ถาวร" (Permanent Residency) สำหรับ "ผู้เกษียณอายุ" ที่ต้องการพำนักในฟิลิปปินส์อย่างถาวรตลอดชีพ โดยมีข้อกำหนดด้านอายุ (35 ปีขึ้นไป) และการแสดงหลักฐานทางการเงิน/การลงทุนที่สูงกว่ามาก (เริ่มต้น $1,400 USD) เพื่อแสดงถึงความสามารถในการดำรงชีพในระยะยาว
NYC Visa & Translation เป็นสำนักงานเดียวในกรุงเทพที่ดูแลครบทั้งสองทิศทาง ลูกค้าเก่ามักกลับมาใช้บริการอีกฝั่ง เมื่อครอบครัวต้องเดินทางสวนทาง หรือเมื่อย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย
คำอธิบายความต่างระหว่างวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าพำนักระยะยาว วีซ่าเกษียณ วีซ่าทำงานทางไกล (DTV) โครงการถิ่นที่อยู่โดยการลงทุน Working Holiday และระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้า (ESTA/eTA/ETA/ETIAS) พร้อมชี้ว่าเอกสารไทยชุดใดต้องแปลรับรองและผ่านนิติกรณ์ก่อนยื่น อ้างอิงประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานทางการของประเทศปลายทาง เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (13+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)
ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

โครงการวีซ่าระยะยาวแต่ละโครงการมีเงื่อนไขคุณสมบัติ เอกสารการเงิน และหน่วยงานพิจารณาต่างกัน การเลือกผิดโครงการตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น
ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
โครงการระยะยาวแต่ละแบบวัดคุณสมบัติคนละชุด และให้สิทธิเรื่องทำงานกับผู้ติดตามไม่เท่ากัน
| เส้นทาง | ใช้เมื่อไหร่ | หน่วยงานที่รับรอง | ระยะเวลาโดยประมาณ | ความเสี่ยงถูกตีกลับ |
|---|---|---|---|---|
| วีซ่าระยะยาวสำหรับผู้พำนักที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (LTR) | เข้าเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายที่ทางการกำหนด เช่น ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีรายได้ต่อเนื่อง | สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจคุณสมบัติและเอกสารการเงิน | เอกสารรายได้ย้อนหลังไม่ต่อเนื่องหรือไม่ผ่านการรับรอง คือเหตุที่ทำให้พิจารณาช้า |
| โครงการสมาชิกพำนักระยะยาวแบบสิทธิพิเศษ | ต้องการความสะดวกด้านบริการและไม่ประสงค์ทำงานในไทย | ผู้ให้บริการโครงการที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐ | ผันแปรตามรอบตรวจสอบคุณสมบัติ | สิทธิพำนักไม่เท่ากับสิทธิทำงาน ต้องแยกเรื่องใบอนุญาตทำงานต่างหาก |
| การอยู่ต่อรายปีตามเหตุผลปกติ (เกษียณ/ครอบครัว/ทำงาน) | คุณสมบัติเข้าเกณฑ์การอยู่ต่อประจำปีที่ประกาศไว้ | สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | ผันแปร ต้องต่ออายุตามรอบและรายงานตัวตามกำหนด | ลืมรายงานตัวตามกำหนดหรือเงื่อนไขเงินฝากไม่ครบระยะ ทำให้ไม่ผ่านรอบต่ออายุ |
ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน
ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ
ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ
ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน
เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า
อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ
ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ
เงื่อนไขวีซ่าเปลี่ยนได้ตลอด ควรอ่านประกาศล่าสุดของหน่วยงานผู้พิจารณาโดยตรง แล้วใช้บริการของเราเพื่อจัดเตรียมเอกสารและคำแปลให้ตรงตามเงื่อนไขนั้น
การต่ออายุ การรายงานตัว และการขอ re-entry ควรทำก่อนกำหนดพอสมควร ไม่รอวันสุดท้าย เพราะคิวและวันหยุดราชการอาจทำให้ไม่ทัน
หลายประเทศกำหนดอายุหนังสือเดินทางคงเหลือและจำนวนหน้าว่างขั้นต่ำ ควรตรวจก่อนนัดยื่นเพื่อไม่ให้เสียคิว
ยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้ามาก้อนใหญ่ก่อนยื่นมักถูกซักถาม ควรมีเอกสารแสดงที่มาของรายได้ประกอบ และใช้ statement ที่มีตราธนาคารตัวจริง
ทะเบียนราษฎร ใบรับรองแพทย์ และหนังสือรับรองความประพฤติ มักมีอายุจำกัด การใช้ฉบับเก่าทำให้ชุดเอกสารไม่สมบูรณ์
ควรวิเคราะห์เหตุผลการปฏิเสธและแก้ที่ต้นเหตุก่อนยื่นใหม่ การยื่นซ้ำด้วยชุดเดิมมักได้ผลเดิม
วันที่ ที่อยู่ หรือประวัติการเดินทางที่กรอกไม่ตรงกับเอกสารประกอบ เป็นสาเหตุปฏิเสธที่พบบ่อยและอาจถูกมองว่าให้ข้อมูลเท็จ
การรายงานตัวตามกำหนด การแจ้งที่พัก และเงื่อนไขการทำงาน เป็นหน้าที่ต่อเนื่อง การละเลยมีผลต่อการต่ออายุครั้งถัดไป
ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ
ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล