ข้ามไปเนื้อหาหลัก / Skip to main content
N
NYC Visa.
Visa & Translation
ภาพประกอบการเตรียมเอกสารเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้หรือภาพลูกค้าจริง
Americas · 🇺🇸 United States

วีซ่าสหรัฐอเมริกา 🇺🇸

เตรียมเอกสารและเลือกประเภทวีซ่าสหรัฐอเมริกาให้ตรงกับจุดประสงค์เดินทาง ตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่น

ภาพรวมประเทศ

วีซ่าอเมริกาเป็นวีซ่าที่ต้องสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับเจ้าหน้าที่กงสุล ทีม NYC จัด Mock Interview 1–on–1 เฉพาะเคส โดย Senior Consultant ที่เคยทำงานในระบบ และเตรียม Documentation Binder ตามมาตรฐาน DS-160

ระยะเวลา
นัดสัมภาษณ์ 4–12 สัปดาห์ + พิจารณา 3–5 วัน
ค่าบริการเริ่ม
สอบถามเจ้าหน้าที่
ประเภทวีซ่า
6 แบบ
ภาพประกอบการเตรียมเอกสารเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้หรือภาพลูกค้าจริง
ภาพประกอบการเตรียมเอกสารเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้หรือภาพลูกค้าจริง — ภาพประกอบบริการ โปรดสอบถามรายละเอียดตามเอกสารและหน่วยงานปลายทาง
ติดต่อด่วน
สอบถามแผนยื่นและใบเสนอราคา
ประเภทวีซ่า

วีซ่าสหรัฐอเมริกา ทุกประเภท

Code
ชื่อวีซ่า
ระยะเวลา
ค่าธรรมเนียม
B1/B2
Visitor (Tourist/Business)
10 ปี Multiple
$185
F-1
Academic Student
ตามหลักสูตร
$185 + SEVIS $350
J-1
Exchange Visitor
ตามโปรแกรม
$185 + SEVIS $220
H-1B
Specialty Occupation
3 ปี ต่อได้ถึง 6
$190+
K-1
Fiancé(e)
90 วัน
$265
EB-5
Investor Immigration
Green Card
$3,675+
หรือเลือกตามประเภทวีซ่า
🧳วีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา💼วีซ่าธุรกิจสหรัฐอเมริกา🎓วีซ่านักเรียน-นักศึกษาสหรัฐอเมริกา🛠️วีซ่าทำงาน / Work Permitสหรัฐอเมริกา👨‍👩‍👧วีซ่าครอบครัว / คู่สมรสสหรัฐอเมริกา💎วีซ่านักลงทุน / Golden Visaสหรัฐอเมริกา🏖️วีซ่าเกษียณ / Long-Stayสหรัฐอเมริกา🏥วีซ่ารักษาพยาบาลสหรัฐอเมริกา✈️วีซ่าทรานสิตสหรัฐอเมริกา💻วีซ่า Digital Nomadสหรัฐอเมริกา🎖️วีซ่าทูต / ราชการสหรัฐอเมริกา🕌วีซ่าศาสนา / แสวงบุญสหรัฐอเมริกา🏕️วีซ่าทำงาน + ท่องเที่ยว (Working Holiday)สหรัฐอเมริกา🪪วีซ่า PR / ถิ่นที่อยู่ถาวรสหรัฐอเมริกา📰วีซ่านักข่าว / สื่อมวลชนสหรัฐอเมริกา⚓วีซ่าลูกเรือ / Seamanสหรัฐอเมริกา🔬วีซ่านักวิจัย / นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกา🎭วีซ่าศิลปิน / นักแสดงสหรัฐอเมริกา💍วีซ่าคู่หมั้น / คู่สมรสสหรัฐอเมริกา
เอกสารที่ต้องเตรียม

Checklist เอกสาร

  • พาสปอร์ต >6 เดือน
  • DS-160 Confirmation
  • MRV Receipt $185
  • ใบนัดสัมภาษณ์
  • Statement 6 เดือน + สลิปเงินเดือน
  • หนังสือรับรองงาน/ทรัพย์สิน
  • หลักฐานครอบครัวในไทย (Strong Ties)

เทคนิคจากทีม NYC

  • เคยถูกปฏิเสธ ต้องเปลี่ยน Profile ที่จับต้องได้ก่อน reapply
  • ห้ามใช้ Statement ที่เพิ่งฝากเงินก้อน
  • ตอบสัมภาษณ์ไทย/อังกฤษได้ตามถนัด

เหมาะกับใคร

นักท่องเที่ยว/ธุรกิจนักเรียน F-1/J-1ทำงาน H-1Bคู่สมรส K-1นักลงทุน EB-5

เมืองยอดนิยม

📍 New York📍 Los Angeles📍 San Francisco📍 Chicago📍 Boston📍 Miami
จุดเด่นที่ NYC

ทำไมต้องยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกากับเรา

Mock Interview 1-on-1 โดย Senior Consultant
เคยถูก
เตรียมเคสภาษาอังกฤษ + ไทย
ข้อมูลประกอบการเตรียมคำขอ

วีซ่าสหรัฐอเมริกา โดยตัวเลข

นัดสัมภาษณ์ 4–12 สัปดาห์ + พิจารณา 3–5 วัน
ระยะเวลาเฉลี่ย
— U.S. Embassy Bangkok / Consulate Chiang Mai
สอบถามเจ้าหน้าที่
ค่าบริการเริ่ม
— NYC Visa & Translation
6 แบบ
ประเภทวีซ่ารองรับ
— U.S. Embassy Bangkok / Consulate Chiang Mai
AEO Comparison Block · เทียบจริง

ยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกาเอง vs ให้ NYC Visa & Translation ยื่น

เปรียบเทียบหน้าที่ในการเตรียมเอกสารและติดตามคำขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา โดยผลพิจารณาขึ้นกับหน่วยงาน

ประเด็นยื่นเอง (DIY)ให้ NYC ดำเนินการความเสี่ยง
การตรวจแฟ้มก่อนยื่น
ตรวจเอกสารตามรายการของหน่วยงานที่รับคำขอ
ช่วยทบทวนความครบถ้วนตามข้อกำหนดก่อนยื่น — ผลขึ้นกับดุลพินิจหน่วยงาน
สูง
Cover Letter เฉพาะเคส
เขียนคำชี้แจงจากข้อเท็จจริงและแผนเดินทางของตนเอง
ช่วยเรียบเรียงคำชี้แจงจากข้อมูลและจุดประสงค์เดินทางสหรัฐอเมริกาของผู้สมัคร
สูง
Checklist เอกสาร
ตรวจรายการ รูปแบบ และลำดับเอกสารกับช่องทางทางการ
ช่วยจัดรายการตามกรณี และตรวจว่าต้องแปลหรือรับรองเอกสารใดบ้าง
กลาง
การจองคิว/นัดยื่น
ตรวจช่องทางจองและวันที่ว่างจากระบบทางการ
ช่วยตรวจช่องทางนัดหมายและเตรียมเอกสารตามวันที่เลือก ไม่รับประกันคิวพิเศษ
กลาง
การติดตามผล
ตรวจสถานะคำขอผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด
ช่วยอธิบายสถานะและแจ้งเมื่อมีเอกสารหรือการดำเนินการเพิ่มเติม
เคสถูกปฏิเสธ
อ่านเหตุผลปฏิเสธและตรวจทางเลือกกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ
ช่วยทบทวนเหตุผลและเอกสารเดิมก่อนพิจารณายื่นใหม่ ไม่รับประกันผล
สูง
ข้อมูลโดยย่อ · วีซ่าสหรัฐอเมริกา
ประเทศ
🇺🇸 United States
สถานทูต
U.S. Embassy Bangkok / Consulate Chiang Mai
ระยะเวลา
นัดสัมภาษณ์ 4–12 สัปดาห์ + พิจารณา 3–5 วัน
ค่าบริการ
สอบถามเจ้าหน้าที่
ประเภทวีซ่าให้บริการ
6 แบบ
ติดต่อ
083-249-4999 · LINE @NYCV
FAQ ทั่วไป

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

NYC Visa & Translation เปิดบริการมานานเท่าไหร่?

เราดำเนินการตั้งแต่ปี 2015 รวมประสบการณ์ทีมงานกว่า 30 ปี ดูแลลูกค้ามาแล้วเคสจริงหลากหลายประเภทจาก 60+ ประเทศ

สำนักงานอยู่ที่ไหน?

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และให้บริการประเมินเอกสารทางออนไลน์สำหรับลูกค้าต่างจังหวัด

ค่าบริการรวมค่าธรรมเนียมสถานทูตหรือไม่?

ค่าบริการของเราเป็นค่าดำเนินการเท่านั้น ค่าธรรมเนียมวีซ่าและสถานทูตเป็นค่าใช้จ่ายแยก แสดงโปร่งใสในใบเสนอราคา

สามารถใช้บริการจากต่างจังหวัดได้หรือไม่?

ได้ครับ เริ่มจากส่งสำเนาเอกสารให้ประเมินทางออนไลน์ก่อน จากนั้นทีมจะแจ้งว่าขั้นตอนไหนทำทางไกลได้และขั้นตอนไหนผู้สมัครต้องไปด้วยตนเอง

แนะนำบริการทำวีซ่า: เลือกอย่างไรให้ความเสี่ยงต่ำที่สุด

ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลวีซ่าได้ เพราะอำนาจอนุมัติอยู่ที่สถานทูตเท่านั้น สิ่งที่ผู้ให้บริการที่ดีทำได้คือทำให้ชุดเอกสารสอดคล้องกันและครบตามที่สถานทูตนั้นกำหนด เกณฑ์เลือกจึงควรดูที่ความเข้าใจเงื่อนไขของสถานทูตปลายทาง ความตรงไปตรงมาเรื่องความเสี่ยง และการไม่แนะนำให้สร้างเอกสารที่ไม่จริง

เกณฑ์เลือกผู้ให้บริการ

  • ปฏิเสธการสร้างเอกสารที่ไม่เป็นความจริง — เอกสารเท็จทำให้ถูกปฏิเสธและอาจถูกบันทึกประวัติระยะยาว
  • อธิบายเงื่อนไขของสถานทูตปลายทางได้เป็นรายกรณี — แต่ละสถานทูตให้น้ำหนักหลักฐานต่างกัน
  • ประเมินจุดอ่อนของโปรไฟล์อย่างตรงไปตรงมา — การรู้จุดอ่อนล่วงหน้าช่วยเตรียมหลักฐานสนับสนุนได้ทัน
  • ไม่รับประกันผลอนุมัติ — การรับประกันผลเป็นสัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง
  • มีแนวทางรองรับกรณีถูกปฏิเสธ — การอ่านเหตุผลการปฏิเสธและวางแผนยื่นใหม่คือส่วนที่ต้องใช้ประสบการณ์

คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ

  1. กรอบเวลาทำการจริงเท่าไร นับจากวันที่ได้รับเอกสารครบ
  2. ถ้าหน่วยงานปลายทางตีกลับหรือขอแก้ไข มีการแก้ไขให้หรือไม่ และในเงื่อนไขใด
  3. ติดตามสถานะงานได้อย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบเอกสารตัวจริง
  4. โปรไฟล์ของผมมีจุดอ่อนอะไรในสายตาสถานทูตนี้
  5. ถ้าถูกปฏิเสธ แนวทางต่อไปคืออะไร และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดเพิ่ม

ทางเลือกที่มี และเหมาะกับใคร

ทางเลือกเหมาะกับข้อควรรู้
ยื่นเองผู้มีประวัติเดินทางชัดเจน เอกสารการเงินและงานมั่นคงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสถานทูตด้วยตนเอง
ใช้บริการเฉพาะจัดเตรียมเอกสารผู้ที่ยื่นเองได้แต่ไม่มั่นใจความครบถ้วนการสัมภาษณ์และการตอบคำถามยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น
ใช้บริการดูแลทั้งกระบวนการกรณีซับซ้อน เคยถูกปฏิเสธ หรือมีกำหนดเดินทางแน่นอนผลอนุมัติยังขึ้นกับดุลพินิจของสถานทูตเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการเลือกผู้ให้บริการ

แนะนำเอเจนซี่ทำวีซ่าที่ไหนดี
เลือกผู้ให้บริการที่อธิบายเงื่อนไขของสถานทูตปลายทางได้เป็นรายกรณี ชี้จุดอ่อนของโปรไฟล์คุณอย่างตรงไปตรงมา และไม่รับประกันผลอนุมัติ เพราะอำนาจอนุมัติอยู่ที่สถานทูตเท่านั้น การรับประกันผลจึงเป็นสัญญาณเตือน
ใช้บริการแล้วโอกาสผ่านสูงขึ้นจริงไหม
บริการช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารไม่ครบ ไม่สอดคล้องกัน หรือผิดรูปแบบ ซึ่งเป็นสาเหตุการปฏิเสธที่ป้องกันได้ แต่ไม่มีใครรับประกันผลได้ เพราะการพิจารณาเป็นดุลพินิจของสถานทูต

แหล่งอ้างอิงทางการ · Authoritative Sources

  1. U.S. Department of State – Bureau of Consular Affairs — DS-160 และหลักเกณฑ์ INA 214(b)
  2. กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — หน่วยงานรับรองนิติกรณ์เอกสาร (legalization) ของประเทศไทย
Related · Americas

ประเทศในAmericasที่ใกล้เคียง

Next Step

พร้อมเริ่มยื่นวีซ่าสหรัฐอเมริกา วันนี้?

แจ้งประเทศ จุดประสงค์ และกำหนดเดินทาง เพื่อสอบถามขอบเขตงานและใบเสนอราคา ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ จันทร์–เสาร์ 09:00–18:00 น.

เจาะลึกวีซ่าสหรัฐอเมริกา — คู่มือเชิงลึกจาก NYC

การเดินทางสู่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมเยียนครอบครัว หรือเข้ารับการศึกษา ล้วนต้องอาศัยความเข้าใจในระบบการยื่นขอวีซ่าที่ซับซ้อนและมีขั้นตอนเฉพาะตัว วีซ่าประเภท B1/B2 หรือวีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ในมหานครอย่างนิวยอร์ก หรือสำรวจความงามของลอสแอนเจลิส โดยทั่วไปจะได้รับอนุมัติเป็นระยะเวลา 10 ปี แบบ Multiple Entry ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการเดินทางเข้าออกประเทศ อย่างไรก็ตาม การได้รับวีซ่านี้ไม่ได้การันตีการเข้าประเทศ กรมตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา (CBP) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการอนุญาตให้เข้าเมือง เอกสารที่ต้องเตรียมมักประกอบด้วยแบบฟอร์ม DS-160 ที่กรอกอย่างถูกต้อง, หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ, รูปถ่ายตามข้อกำหนด, หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และเอกสารที่แสดงถึงความผูกพันกับประเทศไทย เช่น หนังสือรับรองการทำงาน, สลิปเงินเดือน, หลักฐานการเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเอกสารแสดงความเป็นนักเรียน/นักศึกษา การแสดงเจตนาที่ชัดเจนว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังเสร็จสิ้นวัตถุประสงค์การเดินทางเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาและกงสุล ณ กรุงเทพมหานคร หรือเชียงใหม่

สำหรับนักศึกษาไทยที่ใฝ่ฝันจะศึกษาต่อในสถาบันชั้นนำของสหรัฐอเมริกา เช่น มหาวิทยาลัยในบอสตัน หรือซานฟรานซิสโก วีซ่าประเภท F-1 คือคำตอบ วีซ่านี้จะอนุมัติให้ตามระยะเวลาของหลักสูตรการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน โดยมีค่าธรรมเนียมวีซ่า $185 และค่าธรรมเนียม SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ $350 การได้รับเอกสาร I-20 จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจาก SEVP (Student and Exchange Visitor Program) เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด หลังจากนั้นจึงกรอกแบบฟอร์ม DS-160, ชำระค่าธรรมเนียม และนัดหมายเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ ณ สถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลในเชียงใหม่ ผู้ยื่นขอวีซ่า F-1 ต้องแสดงหลักฐานว่ามีคุณสมบัติทางวิชาการเพียงพอที่จะเข้าศึกษาในหลักสูตรที่เลือก, มีความสามารถทางภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ของสถาบัน, และที่สำคัญที่สุดคือ มีหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอต่อค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวตลอดระยะเวลาที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกา โดยอาจเป็นบัญชีเงินฝากของตนเอง, ของบิดามารดา, หรือผู้สนับสนุนทางการเงิน (Sponsor) พร้อมเอกสารแสดงความสัมพันธ์และความสามารถในการสนับสนุน

วีซ่าประเภท J-1 สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน เป็นอีกช่องทางยอดนิยมสำหรับนักศึกษา นักวิจัย หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องการหาประสบการณ์ในสหรัฐอเมริกา เช่น การฝึกงานในบริษัทที่นิวยอร์ก หรือการเข้าร่วมโครงการวิจัยในแคลิฟอร์เนีย ค่าธรรมเนียมวีซ่าอยู่ที่ $185 และค่าธรรมเนียม SEVIS ซึ่งสำหรับ J-1 จะอยู่ที่ $220 ผู้ยื่นขอวีซ่า J-1 จำเป็นต้องได้รับแบบฟอร์ม DS-2019 จากผู้สนับสนุนโครงการ (Sponsor Organization) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of State) เอกสารนี้เป็นหัวใจสำคัญของคำร้องขอวีซ่า J-1 นอกเหนือจากเอกสารทั่วไป เช่น หนังสือเดินทาง, รูปถ่าย, และแบบฟอร์ม DS-160 การสัมภาษณ์วีซ่า J-1 จะเน้นที่วัตถุประสงค์ของโครงการ, ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ, และแผนการเดินทางกลับประเทศไทยหลังสิ้นสุดโครงการ ผู้ยื่นขอวีซ่า J-1 ควรเตรียมเอกสารที่แสดงถึงศักยภาพทางวิชาชีพหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมและกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้ที่มีทักษะเฉพาะทางและต้องการทำงานในสหรัฐอเมริกา วีซ่า H-1B หรือวีซ่าสำหรับผู้ประกอบอาชีพเฉพาะทาง เป็นทางเลือกสำคัญ แม้ว่ากระบวนการนี้จะซับซ้อนและมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องผ่านการสปอนเซอร์จากนายจ้างในสหรัฐอเมริกา และมักต้องเข้าร่วมระบบการจับสลาก (Lottery System) หากมีผู้ยื่นขอเกินโควตาตามที่กฎหมายกำหนด วีซ่า H-1B สามารถอนุมัติได้สูงสุด 3 ปี และสามารถต่ออายุได้สูงสุดถึง 6 ปี โดยมีค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้อง (Petition Fee) เริ่มต้นที่ $190 ซึ่งนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนายจ้าง กระบวนการนี้เริ่มต้นจากการที่นายจ้างยื่น Labor Condition Application (LCA) ต่อกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา (Department of Labor) และเมื่อได้รับอนุมัติ จึงยื่นคำร้อง I-129 Petition for a Nonimmigrant Worker ต่อ U.S. Citizenship and Immigration Services (USCIS) หลังจาก USCIS อนุมัติ นายจ้างจึงจะสามารถยื่นเรื่องต่อเพื่อขอวีซ่า H-1B ให้แก่ลูกจ้างชาวต่างชาติ ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์ทำงานที่ตรงกับตำแหน่งงานที่ได้รับเสนอ

วีซ่า K-1 หรือวีซ่าคู่หมั้น เป็นการเปิดประตูสู่การสร้างครอบครัวในสหรัฐอเมริกาสำหรับชาวไทยที่ต้องการจะสมรสกับพลเมืองสหรัฐอเมริกา วีซ่าประเภทนี้มีอายุ 90 วันนับจากวันที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คู่รักต้องทำการสมรสให้เสร็จสิ้น จากนั้นคู่สมรสชาวอเมริกันจึงจะสามารถยื่นเรื่องขอปรับสถานะ (Adjustment of Status) ให้แก่คู่สมรสชาวไทยเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (Green Card) ได้ ค่าธรรมเนียมวีซ่า K-1 อยู่ที่ $265 กระบวนการเริ่มต้นด้วยการที่พลเมืองสหรัฐอเมริกา (Petitioner) ยื่นคำร้อง I-129F Petition for Alien Fiancé(e) ต่อ USCIS หลังจากคำร้องได้รับการอนุมัติ USCIS จะส่งเรื่องไปยัง National Visa Center (NVC) ซึ่งจะประสานงานกับสถานทูต/สถานกงสุลสหรัฐฯ ในประเทศไทย เพื่อเชิญผู้ยื่นขอวีซ่า (Beneficiary) มาทำการสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ เอกสารที่สำคัญประกอบด้วย หลักฐานความสัมพันธ์ที่แท้จริง (Bona Fide Relationship) เช่น รูปถ่ายร่วมกัน, ประวัติการติดต่อสื่อสาร, หลักฐานการเดินทางไปมาหาสู่กัน, และคำสาบาน (Affidavit of Support) จากคู่หมั้นชาวอเมริกัน

สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุนและได้รับสิทธิการเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐอเมริกา, โปรแกรม EB-5 Immigrant Investor Program เป็นเส้นทางที่น่าสนใจ แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง โดยมีค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องหลักอยู่ที่ $3,675+ แต่ก็เป็นหนทางสู่การได้รับ Green Card และโอกาสในการใช้ชีวิตในเมืองต่างๆ เช่น ชิคาโก หรือไมอามี โปรแกรมนี้ต้องการให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในธุรกิจใหม่ (New Commercial Enterprise) ที่ก่อให้เกิดการจ้างงานอย่างน้อย 10 ตำแหน่งเต็มเวลาสำหรับแรงงานชาวอเมริกัน โดยมีทางเลือกในการลงทุนสองแบบหลัก: การลงทุนโดยตรง (Direct Investment) หรือการลงทุนผ่านศูนย์กลางที่ได้รับการรับรอง (Regional Center) ซึ่งมักจะจัดโครงสร้างการลงทุนในลักษณะกองทุนที่บริหารจัดการโดยมืออาชีพ การยื่นคำร้อง EB-5 เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบฟอร์ม I-526Immigrant Petition by Alien Entrepreneur ต่อ USCIS และต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของเงินทุนที่ชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดของกระบวนการนี้

การเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องมีความรอบคอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวีซ่าประเภท B1/B2 นอกจากแบบฟอร์ม DS-160 ที่ต้องกรอกข้อมูลทุกช่องอย่างละเอียดและเป็นความจริงแล้ว หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันที่ตั้งใจจะเดินทางออกจากสหรัฐฯ รูปถ่ายต้องมีขนาดและพื้นหลังตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด (2x2 นิ้ว, พื้นหลังสีขาว, เห็นใบหน้าชัดเจน) เอกสารสำคัญอีกชุดคือหลักฐานทางการเงิน ซึ่งอาจรวมถึงหนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, และวันลา, สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, บัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมยอดเงินคงเหลือที่แสดงให้เห็นว่ามีกำลังทรัพย์เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและพำนัก, ภาระผูกพันในประเทศไทย เช่น ทะเบียนสมรส, สูติบัตรบุตร, โฉนดที่ดิน, หรือทะเบียนการค้า หากเป็นเจ้าของธุรกิจ นอกจากนี้ หากได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากผู้อื่น ต้องมีจดหมายรับรองและหลักฐานทางการเงินของผู้ให้การสนับสนุนด้วย ความไม่ชัดเจนหรือความผิดพลาดในเอกสารเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการถูกปฏิเสธวีซ่า

ความคาดหวังเรื่องหลักฐานทางการเงินสำหรับวีซ่าสหรัฐอเมริกา ต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเดินทางและระยะเวลาพำนัก สถานทูตสหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าต้องมีเงินในบัญชีเท่าใด แต่จะพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องการเห็นว่าผู้ยื่นขอวีซ่ามีแหล่งเงินทุนที่มั่นคงและเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง โดยไม่จำเป็นต้องทำงานหรือพึ่งพิงการช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว (B2) ค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อวันสำหรับการเดินทางในสหรัฐอเมริกาอาจอยู่ที่ $100-$200 (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมที่จองล่วงหน้า) ดังนั้น หากวางแผนเดินทาง 2 สัปดาห์ (14 วัน) ควรแสดงหลักฐานว่ามีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประมาณ $1,400-$2,800 นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายอื่นๆ การแสดงเงินจำนวนมากผิดปกติในบัญชีทันก่อนวันยื่นขอวีซ่าอาจถูกตั้งคำถามถึงที่มาของเงินนั้นได้ สถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือและประวัติการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าปริมาณเงินเพียงอย่างเดียว

เหตุผลทั่วไปที่วีซ่าสหรัฐอเมริกาถูกปฏิเสธ (Refusal) มักเกี่ยวข้องกับกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ มาตรา 214(b) ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ยื่นขอวีซ่าไม่สามารถแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นได้อย่างน่าเชื่อถือว่าตนเองจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังเสร็จสิ้นวัตถุประสงค์การเดินทาง การขาดความผูกพันที่ชัดเจนกับประเทศไทย เช่น การงานที่มั่นคง, ครอบครัว, หรือทรัพย์สิน เป็นปัจจัยสำคัญในกรณีนี้ นอกจากนี้ การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่ครบถ้วนในแบบฟอร์ม DS-160 หรือระหว่างการสัมภาษณ์, การไม่แสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอ, การมีประวัติการเข้าเมืองที่ผิดกฎหมายในสหรัฐฯ หรือประเทศอื่น, หรือการมีวัตถุประสงค์การเดินทางที่ไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกับประเภทวีซ่าที่สมัคร ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกปฏิเสธได้ การถูกปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถยื่นขอใหม่ได้อีก แต่ต้องแก้ไขข้อบกพร่องเดิมและเตรียมเอกสารให้แน่นหนายิ่งขึ้น

ขั้นตอนการดำเนินการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นด้วยการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ให้สมบูรณ์ จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (MRV fee) ซึ่งไม่สามารถขอคืนได้ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน จากนั้นจึงเข้าสู่ระบบเพื่อนัดหมายวันสัมภาษณ์ ณ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (Visa Application Center - VAC) ซึ่งอาจเป็นที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ (95 ถนนวิทยุ) หรือสถานกงสุลในเชียงใหม่ (ในกรณีพิเศษ) ก่อนวันสัมภาษณ์ ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องไปพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปที่ศูนย์ VAC ก่อน ขั้นตอนการพิมพ์ลายนิ้วมือนี้เรียกว่า การจัดการข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data Collection) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาความปลอดภัย หลังจากนั้นจึงไปสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุลในวันนัดหมาย หากวีซ่าได้รับการอนุมัติ หนังสือเดินทางจะถูกเก็บไว้เพื่อดำเนินการออกวีซ่าและจะจัดส่งคืนให้ทางไปรษณีย์ หรือสามารถเลือกรับได้ที่ศูนย์รับเอกสารที่กำหนด ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่นัดสัมภาษณ์จนถึงได้รับวีซ่า อาจใช้เวลาตั้งแต่ 4-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความหนาแน่นของคำร้อง

การพิจารณาดำเนินการขอวีซ่าสหรัฐฯ สำหรับกรณีพิเศษ เช่น ผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 14 ปี) หรือผู้สูงอายุ (มากกว่า 79 ปี) อาจมีข้อยกเว้นบางประการ ผู้เยาว์ที่ยื่นขอวีซ่า B1/B2 อาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ หากผู้ปกครองได้รับวีซ่าแล้วและยื่นคำร้องพร้อมกัน แต่ยังคงต้องกรอก DS-160 และเตรียมเอกสารสำหรับผู้เยาว์ รวมถึงเอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 79 ปี ก็อาจได้รับการยกเว้นการสัมภาษณ์เช่นกัน (แต่ไม่รวมถึงการยกเว้นการยื่นคำร้อง DS-160 และการชำระค่าธรรมเนียม) สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelancers) หรือผู้ที่ไม่มีนายจ้างที่ชัดเจน การแสดงหลักฐานรายได้และแหล่งที่มาของเงินทุนมีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจต้องใช้ใบกำกับภาษี (Tax Invoices) ที่ออกให้กับลูกค้า, สัญญาว่าจ้าง, หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี, และเอกสารจดทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี) เพื่อแสดงถึงรายได้และความต่อเนื่องของธุรกิจ ส่วนผู้รับบำนาญ (Retirees) ควรแสดงหลักฐานการรับเงินบำนาญที่มั่นคงและเอกสารแสดงความผูกพันกับประเทศไทย

นโยบายเกี่ยวกับวีซ่าสหรัฐฯ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งผู้ยื่นขอวีซ่าควรติดตามข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2024-2026 แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยวหรือนักเรียนที่มีนัยสำคัญ แต่ก็อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติ หรือการแสดงหลักฐานบางประการที่เข้มงวดขึ้น นอกเหนือจากนั้น มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกระบวนการ หรือการขยายระยะเวลาวีซ่าสำหรับบางประเทศ แต่สำหรับประเทศไทย การยื่นขอวีซ่า F-1 หรือ J-1 ที่ต้องใช้ SEVIS ID ยังคงมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่ต้องชำระให้แก่ระบบ SEVP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมดูแลนักศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่าธรรมเนียม SEVIS สำหรับ F-1 และ M-1 ปัจจุบันอยู่ที่ $350 ส่วน J-1 อยู่ที่ $220 เพื่อให้แน่ใจว่าการยื่นคำร้องถูกต้องและมีโอกาสอนุมัติสูงสุด ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและเตรียมเอกสารให้ครอบคลุมทุกประเด็น

การสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐอเมริกา ณ สถานทูตหรือสถานกงสุล เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาวีซ่า เจ้าหน้าที่กงสุลจะถามคำถามเพื่อประเมินวัตถุประสงค์การเดินทาง, ความตั้งใจที่จะเดินทางกลับประเทศไทย, และความสามารถในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยทั่วไป คำถามจะมุ่งเน้นไปที่แผนการเดินทาง, แผนการเรียน/ทำงาน, ความสัมพันธ์กับผู้ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา (ถ้ามี), และภาระผูกพันในประเทศไทย ผู้สมัครควรตอบคำถามด้วยความมั่นใจ, ตรงไปตรงมา, และใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารหากเป็นไปได้ (สำหรับวีซ่าที่ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยว) การเตรียมตัวที่ดี เช่น การซักซ้อมการตอบคำถาม, การเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้หยิบง่าย, และการแต่งกายสุภาพ, จะช่วยสร้างความประทับใจที่ดีต่อเจ้าหน้าที่กงสุล การทราบข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่จะไป เช่น นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, หรือซานฟรานซิสโก และมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและกฎหมายเบื้องต้นของสหรัฐอเมริกา จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตอบคำถาม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าสหรัฐอเมริกา

ต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเท่าไรสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ (B2)?

ไม่มีจำนวนเงินตายตัวที่กำหนดสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ แต่เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการเดินทางและระยะเวลาพำนัก หากคุณวางแผนเดินทาง 1-2 สัปดาห์ ควรมีเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายรายวันประมาณ $100-$200 (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและที่พัก หากยังไม่ได้จอง) หรือประมาณ 3,500 - 7,000 บาทต่อวัน พร้อมทั้งแสดงหลักฐานว่ามีเงินจำนวนนี้อย่างสม่ำเสมอในบัญชี ไม่ใช่เพิ่งนำมาฝากก่อนวันยื่น อย่างไรก็ตาม เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือรับรองการทำงาน หรือหลักฐานทรัพย์สินในไทย ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันในการแสดงความผูกพัน

วีซ่า F-1 สำหรับนักเรียน ต้องเตรียมหลักฐานทางการเงินครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือไม่?

สำหรับวีซ่า F-1 นักเรียนต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอต่อค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 1 ปีการศึกษาแรก ซึ่งจะระบุไว้ในเอกสาร I-20 ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษา เงินทุนนี้อาจมาจากบัญชีส่วนตัว, บัญชีของผู้ปกครอง, หรือแหล่งทุนอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ ผู้ยื่นขอต้องแสดงหลักฐานที่มาของเงินทุนอย่างชัดเจน เช่น หนังสือรับรองจากธนาคาร, สลิปเงินเดือนของผู้ให้การสนับสนุน, หรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

การยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ สำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 18 ปี) แตกต่างจากผู้ใหญ่หรือไม่?

ผู้เยาว์ที่ยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ (เช่น B1/B2) ต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 และอาจต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่) แต่โดยทั่วไป ผู้เยาว์อาจได้รับการยกเว้นการสัมภาษณ์หากผู้ปกครองได้รับวีซ่าแล้วและยื่นคำร้องพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือต้องมีเอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัว เช่น สูติบัตร และหากเดินทางกับผู้ปกครองเพียงคนเดียว หรือเดินทางกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บิดามารดา ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองอีกฝ่าย (ถ้ามี) หรือหนังสือยินยอมจากทั้งสองฝ่าย

รูปแบบการสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐฯ เป็นอย่างไร? ใช้เวลาประมาณเท่าไร?

การสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐฯ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2-5 นาทีต่อคน เจ้าหน้าที่กงสุลจะถามคำถามสั้นๆ เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การเดินทาง, แผนการเดินทาง, ความสัมพันธ์กับผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ (ถ้ามี), และประเด็นทางการเงิน คำถามส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ (ยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวที่อาจใช้ภาษาไทยได้) แนะนำให้ผู้สมัครตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา กระชับ และมั่นใจ การแต่งกายสุภาพและเตรียมเอกสารให้พร้อมหยิบใช้เป็นสิ่งสำคัญ

หากเคยมีประวัติวีซ่าสหรัฐฯ ถูกปฏิเสธ จะมีผลต่อการยื่นขอใหม่หรือไม่?

การมีประวัติวีซ่าสหรัฐฯ ถูกปฏิเสธในอดีต ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถยื่นขอใหม่ได้อีก แต่ผู้ยื่นขอจะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นอย่างชัดเจนว่าได้แก้ไขข้อบกพร่องที่ทำให้ถูกปฏิเสธในครั้งก่อนแล้ว เช่น หากเคยถูกปฏิเสธเพราะขาดหลักฐานความผูกพันกับประเทศไทย ก็ต้องเตรียมเอกสารที่แสดงความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในครั้งนี้ การยื่นขอใหม่โดยไม่มีการแก้ไขข้อบกพร่องเดิม อาจนำไปสู่การปฏิเสธซ้ำอีกครั้ง

มีค่าธรรมเนียม SEVIS สำหรับทุกประเภทวีซ่าหรือไม่?

ไม่ ค่าธรรมเนียม SEVIS ($350 สำหรับ F-1/M-1 และ $220 สำหรับ J-1) จะเรียกเก็บเฉพาะผู้ที่ยื่นขอวีซ่านักเรียน (F-1, M-1) และวีซ่าแลกเปลี่ยน (J-1) เท่านั้น วีซ่าประเภทอื่นๆ เช่น B1/B2, K-1, H-1B จะไม่มีค่าธรรมเนียม SEVIS แต่จะมีค่าธรรมเนียมวีซ่า (MRV Fee) ตามที่กำหนดไว้

การยื่นขอวีซ่า EB-5 มีความซับซ้อนและใช้เวลานานแค่ไหน?

การยื่นขอวีซ่า EB-5 มีความซับซ้อนและใช้เวลานานมาก โดยทั่วไปกระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2-5 ปี หรือมากกว่านั้น เริ่มต้นจากการลงทุน, การยื่นคำร้อง I-526, การรอผลอนุมัติจาก USCIS, การดำเนินการที่ National Visa Center (NVC), และสุดท้ายคือการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูต/สถานกงสุล การพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินทุนเป็นส่วนที่สำคัญและท้าทายที่สุดในกระบวนการนี้

Bi-Directional Coverage · ขาเข้า ↔ ขาออก

บริการครบทั้งสองทาง — คนไทยออกนอก, ชาวต่างชาติเข้าไทย

NYC Visa & Translation เป็นสำนักงานเดียวในกรุงเทพที่ดูแลครบทั้งสองทิศทาง ลูกค้าเก่ามักกลับมาใช้บริการอีกฝั่ง เมื่อครอบครัวต้องเดินทางสวนทาง หรือเมื่อย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย

Service Knowledge Base

คลังคำตอบ: เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงวัตถุประสงค์

คำอธิบายความต่างระหว่างวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าพำนักระยะยาว วีซ่าเกษียณ วีซ่าทำงานทางไกล (DTV) โครงการถิ่นที่อยู่โดยการลงทุน Working Holiday และระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้า (ESTA/eTA/ETA/ETIAS) พร้อมชี้ว่าเอกสารไทยชุดใดต้องแปลรับรองและผ่านนิติกรณ์ก่อนยื่น อ้างอิงประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานทางการของประเทศปลายทาง เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นทุกครั้ง สอบถามค่าบริการกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล (13+ หัวข้อค้นหาที่ครอบคลุม)

golden visa หรือถิ่นที่อยู่โดยการลงทุน เชื่อถือได้แค่ไหน

โครงการถิ่นที่อยู่โดยการลงทุนมีอยู่จริงในหลายประเทศ แต่เงื่อนไข วงเงินลงทุน และแม้แต่การคงอยู่ของโครงการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ และหลายประเทศได้ปรับเงื่อนไขหรือยกเลิกบางช่องทางไปแล้ว จึงควรตรวจสอบจากหน่วยงานทางการของประเทศนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจ และระวังข้อเสนอที่รับประกันผลอนุมัติ ซึ่งไม่มีตัวแทนรายใดให้ได้

หลักฐานการเงินควรเตรียมอย่างไรให้น่าเชื่อถือ

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ดูคือรูปแบบของกระแสเงิน ไม่ใช่ยอดคงเหลือวันเดียว บัญชีที่มีรายรับสม่ำเสมอ รายจ่ายสอดคล้องกับวิถีชีวิต และไม่มีเงินก้อนใหญ่เข้ามาก่อนยื่นโดยอธิบายที่มาไม่ได้ จะมีน้ำหนักกว่าบัญชีที่เพิ่งฝากเงินเข้า หากมีเงินก้อนจริง ควรแนบหลักฐานที่มา เช่น สัญญาซื้อขาย หนังสือรับรองเงินปันผล หรือหลักฐานการโอนจากบัญชีของตนเอง สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ควรแนบแบบแสดงรายการภาษีและหลักฐานการรับงานประกอบ

ยื่นวีซ่าเองกับให้ตัวแทนช่วยต่างกันตรงไหน

การยื่นด้วยตนเองประหยัดค่าบริการและเหมาะกับเคสเอกสารครบและตรงไปตรงมา ส่วนการใช้ตัวแทนช่วยลดความเสี่ยงเรื่องลำดับการรับรอง ความถูกต้องของคำแปลชื่อ–สะกดตามหนังสือเดินทาง และการติดตามคิวนิติกรณ์ ทั้งนี้ไม่ว่าจะยื่นด้วยวิธีใด การอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้พิจารณา ไม่มีผู้ใดรับประกันผลได้

ESTA, eTA, UK ETA, ETIAS คืออะไร ต้องขอไหม

ทั้งหมดเป็นระบบอนุญาตเดินทางล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่วีซ่า ใช้กับผู้ถือสัญชาติที่ได้รับยกเว้นการตรวจลงตราของประเทศนั้น ๆ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่ยังต้องขอวีซ่าตามปกติจะไม่เข้าข่ายใช้ระบบเหล่านี้ ควรตรวจสอบสถานะของสัญชาติที่ท่านถือจากเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทาง เพราะขอบเขตและวันเริ่มบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้

ยื่นวีซ่าเองกับใช้ผู้ช่วยเตรียมเอกสาร ต่างกันตรงไหน

ผู้ยื่นเองสามารถทำได้ทุกขั้นตอนตามคู่มือของหน่วยงานผู้ออกวีซ่า สิ่งที่ผู้ช่วยมืออาชีพเพิ่มให้คือการจัดชุดเอกสารให้ตรงรูปแบบที่ประกาศ ตรวจความสอดคล้องระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ จัดการงานแปลและนิติกรณ์คู่ขนานเพื่อลดเวลารวม และเตรียมคำอธิบายในจุดที่มักถูกซักถาม ทั้งนี้ไม่มีผู้ให้บริการรายใดมีอำนาจเหนือดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา และการอ้างว่าเร่งคิวหรือรับประกันผลได้ถือเป็นข้ออ้างที่ไม่ควรเชื่อ

วีซ่ากับการอนุญาตให้อยู่ต่อ ต่างกันอย่างไร

การตรวจลงตรา (visa) คือการอนุญาตให้เดินทางมาขอเข้าประเทศ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ หรือระบบ Thai e-Visa ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนระยะเวลาที่อยู่ได้จริงหลังเข้าเมืองแล้ว และการขออยู่ต่อ เป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ผู้ถือวีซ่าอายุยาวจึงยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการอยู่ต่อ การรายงานตัวตามกำหนด และการแจ้งที่พักตามที่ระเบียบกำหนดแยกจากกัน

ยื่นเองได้ไหม หรือควรให้ตัวแทนช่วย

ยื่นเองได้ทุกกรณี ระบบทางการเปิดให้ผู้ยื่นดำเนินการโดยตรง ประโยชน์ของการใช้ตัวแทนคือการตรวจความครบถ้วนของเอกสาร จัดลำดับแปล–รับรอง–นัดหมายให้ทันกำหนด และลดการถูกตีกลับจากรูปแบบเอกสารไม่ตรงข้อกำหนด ไม่ใช่การเร่งหรือรับประกันผลการพิจารณา ซึ่งเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้ออกวีซ่าเท่านั้น

วีซ่าเกษียณของไทยมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

เส้นทางหลักคือ Non-Immigrant O-A (Long Stay) สำหรับผู้มีอายุ 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งต้องแสดงหลักฐานการเงิน เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และใบรับรองแพทย์ตามที่หน่วยงานผู้ออกวีซ่ากำหนด และ Non-Immigrant O-X ซึ่งเป็นวีซ่าพำนักระยะยาวที่เปิดเฉพาะผู้ถือสัญชาติในกลุ่มประเทศที่ประกาศกำหนด ส่วนการอยู่ต่อในราชอาณาจักรหลังเข้ามาแล้วเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยมีเงื่อนไขการรายงานตัวและหลักฐานการเงินตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่
หัวข้อที่ครอบคลุมในหน้านี้
เอกสารประกอบ: แปลรับรอง · นิติกรณ์กรมการกงสุล · หนังสือรับรองความประพฤติ · ใบรับรองแพทย์
วีซ่าพำนักระยะยาว: Non-O-A · O-X · LTR · DTV · วีซ่าเกษียณ
อนุญาตเดินทางล่วงหน้า: ESTA · eTA แคนาดา · UK ETA · ETIAS
แหล่งอ้างอิงราชการ

ต้องการตรวจเอกสารหรือประเมินเคสของคุณ? สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล ทีมงานตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมงในเวลาทำการ (จันทร์–เสาร์ 9:00–18:00)

ภาพประกอบการเตรียมเอกสารเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้หรือภาพลูกค้าจริง
ภาพประกอบการเตรียมเอกสารเดินทาง ไม่ใช่วีซ่าที่ออกให้หรือภาพลูกค้าจริง — ภาพประกอบบริการ โปรดสอบถามรายละเอียดตามเอกสารและหน่วยงานปลายทาง
Service Playbook

โครงการวีซ่าระยะยาวและวีซ่าพิเศษ — เลือกโครงการให้ตรงเงื่อนไข

โครงการวีซ่าระยะยาวแต่ละโครงการมีเงื่อนไขคุณสมบัติ เอกสารการเงิน และหน่วยงานพิจารณาต่างกัน การเลือกผิดโครงการตั้งแต่ต้นทำให้เสียเวลาและค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • • พาสปอร์ตอายุคงเหลือตามเกณฑ์ของโครงการ
  • • หลักฐานการเงินตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด (บัญชี/รายได้ประจำ/สินทรัพย์)
  • • ประกันสุขภาพที่มีวงเงินตามเกณฑ์
  • • หลักฐานคุณสมบัติเฉพาะ เช่น สัญญาจ้าง วุฒิการศึกษา หรือหลักฐานการลงทุน
  • • เอกสารตรวจประวัติอาชญากรรม (ถ้าโครงการกำหนด)

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. คัดกรองคุณสมบัติ — เทียบเงื่อนไขรายได้ อายุ อาชีพ และวัตถุประสงค์กับแต่ละโครงการก่อนเลือก
  2. 2. จัดชุดหลักฐานการเงิน — เตรียมเอกสารย้อนหลังตามระยะเวลาที่กำหนด และให้ที่มาของเงินอธิบายได้
  3. 3. แปลและรับรองเอกสารต่างประเทศ — เอกสารที่ออกนอกไทยต้องรับรองจากต้นทางก่อนแปลและรับรองในไทย
  4. 4. ยื่นและติดตามผล — ยื่นผ่านระบบของโครงการ และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมภายในกำหนด
  5. 5. ดำเนินการหลังอนุมัติ — รายงานตัว ต่ออายุ และปฏิบัติตามเงื่อนไขรายงานที่โครงการกำหนด

ข้อควรระวัง / สาเหตุถูกตีกลับ

  • • เงินก้อนที่โอนเข้าบัญชีก่อนยื่นไม่นานโดยไม่มีที่มา เป็นสาเหตุถูกขอเอกสารเพิ่มบ่อยที่สุด
  • • ประกันสุขภาพวงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ทำให้คำขอไม่สมบูรณ์แม้เอกสารอื่นครบ
  • • เงื่อนไขบางโครงการปรับปรุงเป็นระยะ — ต้องยืนยันเกณฑ์ปัจจุบันก่อนยื่นทุกครั้ง

คำแนะนำจากทีมงาน

  • • ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณสมบัติก่อนจ่ายค่าธรรมเนียมใด ๆ
  • • เตรียมเอกสารการเงินให้เห็นรูปแบบรายได้สม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ยอดคงเหลือ
  • • เก็บชุดเอกสารที่รับรองแล้วไว้ใช้ตอนต่ออายุ

ไม่อยากเสียเวลาเดินเรื่องเองหรือกลัวเอกสารถูกตีกลับ? ส่งรูปเอกสารให้ทีมงานตรวจก่อนได้ เรารับดำเนินการครบวงจรตั้งแต่คัดเอกสาร แปล รับรอง จนถึงยื่นหน่วยงานปลายทาง พร้อมแจ้งสถานะเป็นระยะ — ทักสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Route Comparison

เปรียบเทียบโครงการวีซ่าระยะยาวของไทย

โครงการระยะยาวแต่ละแบบวัดคุณสมบัติคนละชุด และให้สิทธิเรื่องทำงานกับผู้ติดตามไม่เท่ากัน

เส้นทางใช้เมื่อไหร่หน่วยงานที่รับรองระยะเวลาโดยประมาณความเสี่ยงถูกตีกลับ
วีซ่าระยะยาวสำหรับผู้พำนักที่มีคุณสมบัติเฉพาะ (LTR)เข้าเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายที่ทางการกำหนด เช่น ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีรายได้ต่อเนื่องสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผันแปร ควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจคุณสมบัติและเอกสารการเงินเอกสารรายได้ย้อนหลังไม่ต่อเนื่องหรือไม่ผ่านการรับรอง คือเหตุที่ทำให้พิจารณาช้า
โครงการสมาชิกพำนักระยะยาวแบบสิทธิพิเศษต้องการความสะดวกด้านบริการและไม่ประสงค์ทำงานในไทยผู้ให้บริการโครงการที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐผันแปรตามรอบตรวจสอบคุณสมบัติสิทธิพำนักไม่เท่ากับสิทธิทำงาน ต้องแยกเรื่องใบอนุญาตทำงานต่างหาก
การอยู่ต่อรายปีตามเหตุผลปกติ (เกษียณ/ครอบครัว/ทำงาน)คุณสมบัติเข้าเกณฑ์การอยู่ต่อประจำปีที่ประกาศไว้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผันแปร ต้องต่ออายุตามรอบและรายงานตัวตามกำหนดลืมรายงานตัวตามกำหนดหรือเงื่อนไขเงินฝากไม่ครบระยะ ทำให้ไม่ผ่านรอบต่ออายุ

ระยะเวลาและเงื่อนไขข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณจากงานจริงและอาจเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละหน่วยงาน ควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง หากไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ทีมที่ปรึกษาของเราประเมินให้ได้ว่าเคสของคุณควรใช้เส้นทางไหน

Advisory Service

เราไม่ได้รับทำเอกสารอย่างเดียว — เราเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเคส

ทีมงานของเราทำงานด้านเอกสารข้ามประเทศ การแปลรับรอง และการประสานหน่วยงานราชการมาตั้งแต่ปี 2015 งานส่วนใหญ่ที่ถูกตีกลับไม่ได้เกิดจากเอกสารขาด แต่เกิดจากเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่วันแรก เราจึงเริ่มจากการประเมินเคสก่อนเสมอ

ประเมินเส้นทางเอกสาร

ดูปลายทาง วัตถุประสงค์ และกรอบเวลาของคุณ แล้วบอกว่าควรใช้เส้นทางรับรองแบบใด และแบบใดไม่จำเป็นต้องทำ

ตรวจก่อนยื่น

ตรวจการสะกดชื่อ ความสอดคล้องระหว่างเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปล ก่อนที่เอกสารจะถึงเคาน์เตอร์หน่วยงาน

วางไทม์ไลน์

เรียงลำดับขั้นตอนให้สอดคล้องกับวันนัดหมายหรือวันเดินทาง และแจ้งจุดที่เป็นคอขวดล่วงหน้า

แก้เคสที่ถูกตีกลับ

อ่านเหตุผลการปฏิเสธ ระบุสาเหตุที่แท้จริง แล้ววางแผนยื่นใหม่ตามที่หน่วยงานระบุ

ถ้าไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ส่งรายละเอียดเคสและรูปเอกสารให้ทีมงานประเมินก่อนได้ — ทัก LINE โทรศัพท์ หรืออีเมลในเวลาทำการ

Practical Q&A

คำถามเชิงปฏิบัติ · ใกล้ฉัน / ทำเองได้ไหม / ใช้เอกสารอะไร

ยื่นวีซ่าใกล้ฉันได้ที่ไหน ต้องไปสถานทูตเองไหม

ช่องทางยื่นขึ้นกับประเทศและประเภทวีซ่า อาจเป็นสถานทูต ศูนย์รับคำร้อง หรือระบบออนไลน์ ให้ตรวจช่องทางล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนนัดหมาย สำนักงานของเราอยู่ลาดพร้าว 95 กรุงเทพฯ แห่งเดียว ช่วยตรวจเอกสารและเงื่อนไขการนัดหมายได้ แต่การเก็บข้อมูลชีวมิติหรือสัมภาษณ์อาจต้องไปด้วยตนเอง บริษัทไม่ใช่ศูนย์รับคำร้องหรือผู้อนุมัติวีซ่า

ยื่นวีซ่าเองได้ไหม จำเป็นต้องใช้เอเจนซี่หรือไม่

หลายประเภทวีซ่าเปิดให้ยื่นเองได้ แต่ต้องตรวจข้อกำหนดของประเทศและประเภทวีซ่าที่สมัคร และไม่มีตัวแทนใดรับประกันผลอนุมัติได้ เพราะการตัดสินเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กงสุล ประโยชน์ของการใช้ผู้ช่วยคือการจัดชุดเอกสารให้ครบตามเช็กลิสต์ทางการ การแปลและรับรองที่ถูกรูปแบบ และการเขียนจดหมายชี้แจงที่ตรงประเด็น

เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง

โดยทั่วไป: หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอตามที่ปลายทางกำหนดและมีหน้าว่าง, แบบฟอร์มคำร้องที่กรอกครบ, รูปถ่ายตามสเปกของปลายทาง, หลักฐานการเงินย้อนหลังตามที่ระบุ, หลักฐานการงาน/การศึกษา, แผนการเดินทางและที่พัก และประกันสุขภาพเมื่อปลายทางกำหนด ทั้งนี้ต้องยึดเช็กลิสต์ทางการของสถานทูตนั้นเป็นหลักเสมอ เพราะรายละเอียดต่างกันรายประเทศ
คำแนะนำและข้อควรระวัง

วีซ่าและงานตรวจคนเข้าเมือง: คำแนะนำและข้อควรระวัง

คำแนะนำก่อนใช้บริการ
  • วางแผนวันหมดอายุล่วงหน้า

    การต่ออายุ การรายงานตัว และการขอ re-entry ควรทำก่อนกำหนดพอสมควร ไม่รอวันสุดท้าย เพราะคิวและวันหยุดราชการอาจทำให้ไม่ทัน

  • เรียงเอกสารตามเช็กลิสต์ของหน่วยงาน

    การจัดชุดตามลำดับที่หน่วยงานกำหนดพร้อมสารบัญ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้เร็วและลดการขอเอกสารเพิ่ม

  • ตรวจอายุพาสปอร์ตและหน้าว่าง

    หลายประเทศกำหนดอายุหนังสือเดินทางคงเหลือและจำนวนหน้าว่างขั้นต่ำ ควรตรวจก่อนนัดยื่นเพื่อไม่ให้เสียคิว

  • เตรียมเอกสารการเงินให้อธิบายที่มาได้

    ยอดเงินที่เพิ่งโอนเข้ามาก้อนใหญ่ก่อนยื่นมักถูกซักถาม ควรมีเอกสารแสดงที่มาของรายได้ประกอบ และใช้ statement ที่มีตราธนาคารตัวจริง

ข้อควรระวัง / สาเหตุที่เอกสารมักถูกตีกลับ
  • ยื่นซ้ำทันทีหลังถูกปฏิเสธโดยไม่แก้เหตุ

    ควรวิเคราะห์เหตุผลการปฏิเสธและแก้ที่ต้นเหตุก่อนยื่นใหม่ การยื่นซ้ำด้วยชุดเดิมมักได้ผลเดิม

  • เชื่อคำโฆษณาว่ารับประกันผลวีซ่า

    ไม่มีผู้ให้บริการใดรับประกันผลได้ อำนาจอนุมัติอยู่ที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูตเท่านั้น หน้าที่ของเราคือทำให้เอกสารถูกต้องครบถ้วนเพื่อลดโอกาสถูกตีกลับ

  • ข้อมูลในแบบฟอร์มขัดกับเอกสารแนบ

    วันที่ ที่อยู่ หรือประวัติการเดินทางที่กรอกไม่ตรงกับเอกสารประกอบ เป็นสาเหตุปฏิเสธที่พบบ่อยและอาจถูกมองว่าให้ข้อมูลเท็จ

  • ใช้คำแปลที่ระบบปลายทางไม่รับ

    แต่ละประเทศกำหนดผู้แปลที่ยอมรับต่างกัน ควรยืนยันประเภทคำแปลก่อนสั่งงาน

ข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงานและแต่ละประเทศปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

หัวข้อที่ผู้ใช้ค้นหาบ่อย

หัวข้อที่ค้นหาบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าและตรวจคนเข้าเมือง

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นวีซ่า
รายการเอกสารกำหนดโดยสถานทูตหรือหน่วยงานผู้รับ ควรยึดประกาศฉบับล่าสุดของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก
ต่อวีซ่าและรายงานตัวตามกำหนด
ผู้พำนักระยะยาวมีหน้าที่รายงานตัวตามระยะเวลาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
แจ้งที่พักคนต่างด้าว
เจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหะสถานมีหน้าที่แจ้งที่พักของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
วีซ่าถูกปฏิเสธและการยื่นใหม่
ควรอ่านเหตุผลในหนังสือแจ้งผลก่อน แล้วจึงแก้ที่สาเหตุจริง ไม่ยื่นซ้ำด้วยชุดเอกสารเดิม

หัวข้อเหล่านี้อธิบายตามระเบียบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสาร หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

บริการที่เกี่ยวข้อง · Related services

งานที่ลูกค้ามักทำต่อจากหน้านี้

เอกสารหนึ่งชุดมักต้องผ่านหลายขั้น ตั้งแต่แปล รับรองลายมือชื่อ นิติกรณ์ ไปจนถึงการยื่นวีซ่า ลิงก์ด้านล่างคือขั้นตอนที่มักต่อเนื่องกันจริงในทางปฏิบัติ

ลิงก์อ้างอิงหน่วยงานภายนอก

ระเบียบของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่น หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล